ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สารในบล็อกโคลี่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้

  • Jessica Berman

ทีมนักวิจัยในสวีเดนพบว่าสารชนิดหนึ่งในผักปล็อกโคลี่มีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ผลคล้ายกับยาบำบัดเบาหวาน

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิ้ลยู บุช เคยกล่าวตอนที่เป็นผู้นำสหรัฐฯ ว่าเขาไม่ชอบบล็อกโคลี่เลย ไม่ชอบมาตั้งเเต่เล็กๆ เขาเคยถูกคุณเเม่บังคับให้รับประทานตอนเป็นเด็ก

เเต่เมื่อเขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเเล้ว เขาจะไม่ยอมรับประทานบล็อกโคลี่อีกต่อไป

แต่ผลการศึกษาชิ้นล่าสุดเกี่ยวกับประโยชน์ของผักบล็อกโคลี่อาจจะทำให้อดีตผู้นำสหรัฐฯ ผู้นี้เปลี่ยนใจก็ได้

นักวิจัยชี้ว่าผัก บล็อกโคลี่มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ซัลเฟอร์ราเฟน (sulforaphane) ซึ่งในการทดลองหลายครั้งกับคน พบว่ามีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่เป็นโรคเบาหวานลงได้ดีเท่าๆ กับยาเม็ทฟอร์มิน (metformin)

ผลการศึกษานี้อาจกลายเป็นข่าวดีสำหรับคนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่สองทั่วโลกที่ใช้ยาเม็ทฟอร์มินไม่ได้ เพราะยาอาจเป็นอันตรายต่อตับและกระทบต่อระบบย่อยอาหาร

ด็อกเตอร์แอนเดอร์ส โรเซ็นเกร็น ผู้เชี่ยวชาญแห่งศูนย์โรคเบาหวาน มหาวิทยาลัยลุนด์ ในสวีเดน ค้นพบศักยภาพของสารซัลเฟอร์ราเฟนในบล็อกโคลี่ที่มีบทบาทในการควบคุมน้ำตาลในเลือด

ด็อกเตอร์โรเซ็นเกร็น กล่าวว่า ทีมงานคิดว่าผลการวิจัยนี้สร้างความตื่นเต้นมาก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการอ้างถึงสรรพคุณของอาหารหลายอย่างว่ามีผลดีต่อสุขภาพ แต่ไม่มีหลักฐานมายืนยัน

เขากล่าวว่าผลการศึกษาของทีมงานของเขามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า สารในบล็อกโคลี่มีผลช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระเเสเลือดของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ผลจริงๆ

ในการทดลองรักษาผู้ป่วยเบาหวานนาน 12 สัปดาห์ มีผู้ป่วยเข้าร่วมการวิจัย 97 คนซึ่งเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ทีมนักวิจัยพบว่าสารซัลเฟอร์ราเฟนช่วยลดระดับน้ำตาลในกระเเสเลือดลงได้ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

ผลการทดลองนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Science Translational Medicine ไปเมื่อเร็วๆ นี้
ด็อกเตอร์โรเซ็นเกร็นกำลังวางแผนที่จะทำการทดลองรักษากับคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในช่วงก่อนเป็นโรคเบาหวาน

เขากล่าวว่าสารซัลเฟอร์ราเฟนจากบล็อกโคลี่อาจมีผลดีในการควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นไปอีก หากอาสาสมัครที่เข้าร่วมในการทดลองรักษาไม่เคยใช้ยาควบคุมเบาหวานเม็ทฟอร์มินมาก่อนเลย

อย่างไรก็ตาม ด็อกเตอร์โรเซ็นเกร็นกล่าวว่า การรับประทานผักบล็อกโคลี่จะไม่เพียงพอในการควบคุมอาการเบาหวาน เพราะทีมนักวิจัยชี้ว่าต้องกินสารซัลเฟอร์ราเฟนในรูปของสารสกัดนี้ถึงวันละ 5 กิโลกรัมจึงจะได้ผล ซึ่งหากกินในรูปของผัก จะเป็นไปไม่ได้

แต่จะเป็นไปได้ หากผลิตออกมาในรูปของสารซัลเฟอร์ราเฟนสกัดแบบเม็ด และสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ชอบผักบล็อกโคลี่ การรับประทานสารซัลเฟอร์ราเฟนสกัดเเบบเม็ด น่าจะเป็นทางออกที่ดี

(รายงานโดย Jessica Berman / เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว)

XS
SM
MD
LG