ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

วุฒิสภาสหรัฐยังตกลงไม่ได้จะใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ $2 ล้านล้าน เน้นช่วยใคร?


President Donald Trump speaks during a coronavirus task force briefing at the White House, Sunday, March 22, 2020, in Washington.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:47 0:00

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐตกลงอย่างไม่มีใครคาดคิดในช่วงเดือนที่ผ่านมาและดึงดัชนีหุ้นให้ลงมาอยู่ในระดับที่เคยเป็น ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น รัฐสภาสหรัฐกับทำเนียบขาวกำลังพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจและสนับสนุนกลุ่มต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ทั้งโรงงาน ธุรกิจ ภัตตาคาร สถานบันเทิง รวมทั้งโรงเรียนต้องปิดตัวลง และคนงานถูกลอยแพหรือถูกลดเวลาทำงานด้วย

โดยในส่วนของรัฐสภาสหรัฐเอง ขณะนี้ถึงแม้จะมีสมาชิกรัฐสภาหลายคนเปิดเผยว่าผลตรวจเชื้อไวรัสของตนเป็นบวกก็ตาม แต่ผู้นำในสภาก็ยังไม่ยอมปิดสมัยประชุมเพราะต้องการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เป็นผลสำเร็จก่อน

ขณะนี้มีมาตรการบางอย่างที่ผ่านสภาและใช้เป็นกฎหมายแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังถกเถียงกันอยู่ ซึ่งที่ผ่านสภาและใช้เป็นกฎหมายไปแล้วเมื่อต้นเดือนนี้ คือมาตรการที่จะใช้เงิน 8,300 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสหรัฐ

มาตรการนี้ เดิมนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ได้ของบประมาณเพียงแค่ 2,000 ล้านดอลลาร์และจะใช้งบประมาณเก่าสำหรับโรคอีโบลามาเสริม แต่พรรคเดโมแครตได้ต่อสู้และเพิ่มเงินอีกราว 3,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการพัฒนาวัคซีนโคโรนาไวรัส และอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สำหรับความช่วยเหลือระหว่างประเทศ

ความพยายามส่วนที่สองมาจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จากการเจรจาโดยตรงกับกระทรวงการคลัง และผลที่ได้คือการจัดสรรงบประมาณเพื่อการตรวจหาเชื้อโควิด- 19 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ การให้สวัสดิการแก่คนงานที่อาจถูกปลด รวมทั้งการกำหนดให้นายจ้างยังต้องจ่ายเงินเดือนแก่คนงานที่ลาป่วยด้วย เพราะขณะนี้ราว 25% ของคนทำงานในสหรัฐไม่มีสิทธิได้เงินเดือนจากการลาป่วย

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังมีช่องโหว่อยู่ เพราะไม่ได้ครอบคลุมถึงธุรกิจที่มีคนงานน้อยกว่า 50 คน หรือมากกว่า 500 คน รวมทั้งยังจำกัดจำนวนเงินที่คนงานสามารถได้รับหากต้องลาป่วยเป็นเวลานาน

ในขณะนี้วุฒิสภาสหรัฐกำลังพิจารณามาตรการประคับประคองเศรษฐกิจชิ้นที่สามอยู่โดยร่างกฎหมายฉบับนี้อาจต้องใช้เงินมากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีข้อกำหนดส่วนหนึ่งที่จะมอบเงินอย่างน้อย 1,200 ดอลลาร์ หรือราว 40,000 บาท แก่ครอบครัวอเมริกันตามระดับรายได้และจำนวนสมาชิก รวมทั้งจะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ธุรกิจขนาดย่อยและช่วยเหลือโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วย

แต่ประเด็นสำคัญซึ่งยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่ก็คือ พรรคเดโมแครตเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวยังช่วยดูแลชนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโคโรนาไวรัสไม่มากพอ และไม่ต้องการให้พรรครีพับลิกันใช้งบประมาณนี้ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น สายการบิน

โดยต้องการให้มีเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่า ธุรกิจท่องเที่ยวหรือธุรกิจสายการบินหากได้รับความช่วยเหลือดังกล่าวจากรัฐบาลแล้ว จะต้องไม่ปลดหรือลดเงินเดือนของพนักงาน รวมทั้งไม่สามารถนำเงินช่วยเหลือนี้ไปซื้อหุ้นกลับคืน หรือใช้เพื่อเพิ่มเงินเดือนสำหรับผู้บริหารระดับสูงด้วย

ในขณะนี้ดูเหมือนพรรคเดโมแครตจะมีฐานะเป็นต่อมากขึ้นในวุฒิสภา เนื่องจากมีวุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกันหลายคนติดเชื้อโควิด-19 และต้องกักตัวเองไม่สามารถมาร่วมประชุมออกเสียงได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม วุฒิสภาสหรัฐยังไม่สามารถตกลงกันได้ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐตกลงอีกอย่างน้อย 3% แต่ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ยังแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันความช่วยเหลือที่ว่านี้ให้กับคนอเมริกันได้อย่างรวดเร็ว

และว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะฟื้นตัวและทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วได้ เมื่อปัญหาการระบาดครั้งนี้จบสิ้นลง

XS
SM
MD
LG