ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สหรัฐฯ เตรียมความพร้อมระดมแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19


covid

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ในสหรัฐฯ เร่งเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการส่งมอบวัคซีนที่จะได้รับอนุมัติสำหรับการใช้งานให้แก่ผู้ที่ควรจะได้เป็นกลุ่มแรกโดยเร็ว

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ เปิดเผยในวันอังคารว่า ทางกระทรวงฯ กำลังเตรียมการเพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งวัคซีนเป็นจำนวนมากไปยังจุดต่างๆ ทันทีที่ผ่านกระบวนการกำกับดูแลต่างๆ แล้ว พร้อมกับเริ่มประสานงานกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ และภาคเอกชนที่รับหน้าที่เคลื่อนย้ายวัคซีนจากหน่วยการผลิตไปยังศูนย์จัดส่งและจุดให้บริการการฉีดเช่นกัน

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการที่ปรึกษา ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อสหรัฐฯ หรือ CDC เริ่มการประชุมเพื่อจัดลำดับผู้ที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นกลุ่มแรกๆ หลังมีการอนุมัติให้ใช้งานได้อย่างเป็นทางการ โดย นายแพทย์ โฮเซ่ โรเมโร ประธานคณะกรรมการบอกกับสำนักข่าว CNN ในวันอังคารว่า ทางทีมงานตั้งเป้าจะได้ข้อสรุปเพื่อแจ้งกับประชาชนให้ได้ ก่อนที่สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ประกาศผลการรับรองวัคซีนใดๆ ก็ตาม

US pharmaceutical company Pfizer and German partner BioNTech
US pharmaceutical company Pfizer and German partner BioNTech

ในเวลานี้ FDA กำลังพิจารณาคำร้องจากบริษัทเวชภัณฑ์ ไฟเซอร์ (Pfizer) เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนที่ร่วมพัฒนากับบริษัท ไบโอเอ็นเทค (BionTech) ของเยอรมนี ขณะที่ บริษัทยา โมเดอร์นา (Moderna) เปิดเผยว่า บริษัทกำลังจะยื่นเรื่องขอใช้วัคซีนของตนเป็นการฉุกเฉินเช่นกัน

Moderna vaccin
Moderna vaccin

CDC กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า บุคลากรด้านสาธารณสุขที่เป็นผู้รับมือกับการระบาดอยุ่รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ควรจะเป็นผู้ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรก และแนะนำว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราและสถานพักฟื้นอื่นๆ ควรเป็นอีกกลุ่มที่จะได้รับวัคซีนเป็นชุดแรกๆ เช่นกัน

อเล็กซ์ อซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ทางกระทรวงฯ จะประกาศผลการพิจารณาคำร้องขอการอนุมัติการใช้วัคซีนต้านโควิด-19 เป็นการฉุกเฉินภายของ โมเดอร์นา ภายใน 1 สัปดาห์ หลังประกาศผลของคำรองจาก ไฟเซอร์ แล้ว

ขณะที่ทุกฝ่ายยังรอผลการตัดสินใจจาก FDA อยู่นี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 13.6 ล้านคน และตัวเลขผู้เสียชีวิตนั้นเข้าใกล้ระดับ 270,000 คนแล้ว ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัย จอนส์ ฮอพกินส์ ณ บ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

XS
SM
MD
LG