ลิ้งค์เชื่อมต่อ

'โคโรนาไวรัส' จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมอย่างถาวรได้หรือไม่?


please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:53 0:00

วิกฤตโคโรนาไวรัสส่งผลให้ระดับมลพิษทั่วโลกลดลงอย่างมาก กลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างรู้สึกยินดีกับการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่า ระดับมลพิษมีแนวโน้มที่จะกลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนที่จะเกิดวิกฤติ เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ

หลังจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้มาตรการล็อคดาวน์และมีนโยบายให้ประชาชนกักตัวเองอยู่ที่บ้าน ดูเหมือนท้องฟ้าตามเมืองต่าง ๆ แจ่มใสขึ้นกว่าเดิม ตั้งแต่นครนิวยอร์กไปจนถึงกรุงปารีส และกรุงปักกิ่ง

NASA and European Space Agency (ESA) pollution monitoring satellites have detected significant decreases in nitrogen dioxide (NO2) over China. There is evidence that the change is at least partly related to the economic slowdown following the outbreak of
NASA and European Space Agency (ESA) pollution monitoring satellites have detected significant decreases in nitrogen dioxide (NO2) over China. There is evidence that the change is at least partly related to the economic slowdown following the outbreak of


ข้อมูลดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ ลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับเมื่อห้าปีก่อน

Michelle Manion นักเศรษฐศาสตร์ที่สถาบัน World Resources Institute ในสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงไม่กี่วันมานี้ สภาพอากาศที่นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ แจ่มใสมากจนเธอสามารถอ่านตัวอักษรที่อยู่ทางด้านบนของอาคาร Prudential ซึ่งเป็นตึกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมืองนี้ ซึ่งเธอไม่เคยมองเห็นตัวอักษรเหล่านั้นมาก่อนเลย

Charlie Baker ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ เริ่มสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจกิจต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ตั้งแต่นั้นมาการจราจรบนท้องถนนในพื้นที่ลดลงราว 66% การที่ผู้คนไม่เดินทางไปไหนมาไหน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย

ปริมาณการจราจรบนท้องถนนและการเดินทางทางอากาศที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ความต้องการน้ำมันทั่วโลกลดลงอย่างมากด้วย โดยที่ผ่านมา สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมากกว่าประเทศอื่น ๆ แต่ปริมาณความต้องการน้ำมันของสหรัฐฯ ลดลงต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยในเดือนมกราคมถึงกลางเดือนมีนาคมถึง 31% ตามรายงานของสำนักงานข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ

Carbon Brief เว็บไซต์การวิจัยสภาพอากาศของประเทศอังกฤษ คาดการณ์ว่าการลดลงของการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลเช่นถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ อาจช่วยลดการปล่อยมลพิษลง 5.5% ในปีนี้ ซึ่งนับว่าลดลงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และลดมากกว่าในช่วงเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ระหว่างปีพ.ศ. 2551-2552 ถึงสี่เท่า

แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนี้ไม่น่าจะอยู่ได้นาน

Michael Gerrard ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมาย Saban Center for Climate Change Law ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนครนิวยอร์ค คาดการณ์ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเมื่อวิกฤตโคโรนาไวรัสสิ้นสุดลง

A combo shows the India Gate war memorial on October 17, 2019 and after air pollution level
A combo shows the India Gate war memorial on October 17, 2019 and after air pollution level


ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าระดับมลพิษทางอากาศในประเทศจีนสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่บางอุตสาหกรรมเริ่มเปิดกิจการหลังจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ชะลอตัวลง

นอกจากนี้แล้ว วิกฤตโคโรนาไวรัสยังส่งผลกระทบต่อบริษัทพลังงานทดแทนอีกด้วย BloombergNEF (BNEF) องค์กรการวิจัยด้านพลังงานได้ปรับลดประมาณการณ์ด้านการขยายตัวของพลังงานลมทั่วโลกในปี พ.ศ. 2563 ลง 12% และพลังงานแสงอาทิตย์ถูกปรับลดลง 8%

การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนก็มีน้อยลง และยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าลดลง 40% เมื่อเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว

ประมาณการณ์ของ BloombergNEF เกี่ยวกับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนแสดงให้เห็นว่า โลกของเรายังไม่บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำหนดภายใต้ข้อตกลงกรุงปารีสตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ปี พ.ศ. 2558 ว่าด้วยการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้นไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส

Logan Goldie-Scot หัวหน้าฝ่ายพลังงานสะอาดของ BNEF กล่าวกับ VOA ว่า ยิ่งความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโคโรนาไวรัสมีมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการยากสำหรับโลกของเราที่จะบรรลุเป้าหมายของสหประชาชาติมากขึ้นเท่านั้น

XS
SM
MD
LG