ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์สหรัฐฯ เข้าให้ข้อมูลสภาคองเกรสกรณีโควิด-19 ระบาดหนัก


Dr. Anthony Fauci, director of the National Institute for Allergy and Infectious Diseases, adjusts his face mask during a House Subcommittee on the Coronavirus crisis hearing, Friday, July 31, 2020 on Capitol Hill in Washington. (Kevin Dietsch/Pool via AP

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขเข้าพบคณะอนุกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลและตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการรับมือกับการระบาดโควิด-19 ของรัฐบาล

ผู้ที่เข้าพบกับอนุกรรมาธิการด้านวิกฤติโคโรนาไวรัสของสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ประกอบด้วย นายแพทย์ แอนโธนี เฟาชี่ ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ พร้อม นายแพทย์ โรเบิร์ต เรดฟีลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ และพลเรือเอก นายแพทย์ เบรทท์ จิรอร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ และเป็นผู้รับผิดชอบการทดสอบการติดเชื้อของรัฐบาล

ประเด็นที่ทางอนุกรรมาธิการฯ ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทำให้ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งสามเข้ามาให้ข้อมูลคือ แผนการเปิดการเรียนการสอนในชั้นเรียนและการเปิดกิจกรรมภาคธุรกิจในช่วงต่อจากนี้ ซึ่งสะท้อนภาพความกังวลของประชาชนชาวอเมริกันในเวลานี้เช่นกัน

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อในแถบภาคใต้และภาคตะวันตกของประเทศขณะที่หลายรัฐกำลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้แผนการเปิดกิจกรรมมากมายต้องหยุดชะงัก ขณะที่ปัญหาเกี่ยวกับความพร้อมและความรวดเร็วในการตรวจสอบการติดเชื้อยังคงเป็นอีกประเด็นที่ทำให้หลายฝ่ายกังวล

เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.เฟาชี่ ย้ำกับชาวอเมริกันว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถที่จะหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายลงเองได้ และทุกฝ่ายควรรวมกันช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ เช่น การสวมหน้าการเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การรักษาระยะห่างทางสังคม และการหลีกเลี่ยงฝูงขนรวมทั้งพื้นที่ปิดต่างๆ ให้แข็งขันมากขึ้น ซึ่งทั้ง นพ.เรดฟีลด์ และพลเรือเอก จิรอร์ เห็นด้วย

สถานการณ์การระบาดในสหรัฐฯ ที่กลับมารุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ชัดเจนจากอัตราการติดเชื้อใหม่เฉลี่ยวันละ 60,000 – 70,000 ราย ขณะที่มีการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นและประชาชนเริ่มออกมาจับกลุ่มพบปะมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุน้อยๆ ก่อนที่จะมีรายงานการเข้ารับการรักษาแบบฉุกเฉิน การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง

นพ.เฟาชี่ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Associated Press ก่อนหน้านี้ว่า มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า อัตราการแพร่กระจายของไวรัสในแถบภาคใต้จะพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดในเร็วๆ นี้ แต่พื้นที่ที่น่ากังวลมากกว่ากลับเป็นแถบตะวันตกตอนกลางของประเทศของประเทศ (Midwest)

และในระหว่างการให้ข้อมูลกับสภาคองเกรส นพ.เฟาชี่ แสดงความเชื่อว่า ภายในปี ค.ศ. 2021 ชาวอเมริกันทั้งหมดจะมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนต้านโควิด-19 ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ ทั้งหลายกำลังทำงานร่วมกับทำเนียบขาวเพื่อเร่งจัดหาวัคซีนดังกล่าวจำนวน 300 ล้านโดสภายใต้โครงการที่ชื่อ Operation Warp Speed อยู่

XS
SM
MD
LG