ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

บริษัทเทคโนโลยีแห่เปิดตัว 'อุปกรณ์สวมใส่' เพื่อสุขภาพ


บริษัทเทคโนโลยีแห่เปิดตัว 'อุปกรณ์สวมใส่' เพื่อสุขภาพ
please wait

No media source currently available

0:00 0:03:10 0:00

บริษัทเทคโนโลยีแห่เปิดตัว 'อุปกรณ์สวมใส่' เพื่อสุขภาพ

please wait

No media source currently available

0:00 0:04:56 0:00

ในงานนิทรรศการเทคโนโลยีใหญ่ประจำปี 2020 Consumer Electronic Show หรือ CES ที่กำลังดำเนินอยู่ที่นครลาสเวกัส ผู้เข้าร่วมแสดงงานหลายรายถือโอกาสเปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ที่ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เนตได้ หรือ Wearable Device รุ่นใหม่ ๆ ที่เน้นเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

หลายคนอาจคุ้นเคยกับ Wearable Device ที่ใช้นับจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน แต่อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่อวดโฉมกันในงาน CES 2020 สัปดาห์นี้ ทำได้มากกว่านั้น อย่างเช่น ของบริษัท URGOTECH ที่เปิดตัวสายรัดศีรษะเพื่อช่วยเรื่องการนอนหลับ โดยอุปกรณ์นี้ถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับ แอพบนโทรศัพท์มือถือและทำการฝึกสมองของผู้สวมใส่ให้ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นสมองแบบที่ช่วยให้หลับ ออกมา

ในส่วนของการทำงานของอุปกรณ์นี้ ผู้ใช้งานต้องสวมสายรัดศีรษะและเล่นเกมส์บนโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา 20 นาที โดยให้เน้นการกำจัดแมงกะพรุนไปให้มากที่สุด ในเวลาเดียวกัน ระบบเซ็นเซอร์ของตัวสายก็จะเริ่มหาคลื่นสมองที่ทำให้อยากนอนไปด้วย ตลอดช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานเล่นเกมส์ไปนั้น ตัวเกมส์ก็จะสื่อสารกับตัวสายรัด จนเมื่อคลื่นสมองสำหรับการนอนเพิ่มขึ้น แมงกะพรุนก็จะลดลงไปเรื่อยๆ

ผู้บริหารของ URGOTECH บอกว่า งานวิจัยระบุว่า ผู้ใช้งานอุปกรณ์นี้ จะนอนหลับได้ง่ายและดีขึ้น หลังเล่นไปได้ 15 ครั้ง

สำหรับผู้ที่สนใจ Wearable Device ชิ้นนี้ ต้องรอถึงเดือนมิถุนายน เพื่อหาซื้อได้ในสหรัฐอเมริกา ในราคา 500 ดอลลาร์ หรือราว 15,000 บาท

นอกจากผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่แล้ว เด็กทารกจะมีโอกาสใช้อุปกรณ์ Wearable Device แล้วเช่นกัน โดยเป็นอุปกรณ์จากผู้ผลิตผ้าอ้อม Pampers มีชื่อว่า Lumi และสามารถติดกับผ้าอ้อมไว้ได้โดยใช้แถบตีนตุ๊กแก เพื่อสังเกตการณ์กิจวัตรต่างๆ ของเด็ก

นิทรรศการเทคโนโลยี 'CES 2020' ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่
please wait

No media source currently available

0:00 0:02:48 0:00

ตัวแทนของ Pampers บอกว่า Wearable ชิ้นนี้ สามารถติดตามกิจวัตรต่างๆ ของเด็กได้ตลอดเวลา โดยจะดูระดับการเคลื่อนไหวว่า หากมีการขยับตัวมาก แปลว่าตื่นอยู่ และหากขยับน้อยๆ จะหมายถึงนอนอยู่ และอุปกรณ์นี้ยังตรวจจับให้ด้วยว่า หากแถบสีที่ผ้าอ้อมเปลี่ยนไปจะแปลว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนชิ้นใหม่ให้หนูน้อยแล้ว และข้อมูลทุกอย่างก็จะถูกส่งผ่านยังแอพ หรือกล้อง ไปยังระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ดูแลเด็กรับทราบได้ทันที

ในงานนี้ มีการเปิดตัวอุปกรณ์ Wearable Device สำหรับผู้สูงอายุด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีสมาชิกอาวุโสในครอบครัว และกังวลเรื่องสุขภาพ โดยอุปกรณ์ใหม่นี้จะช่วยคาดการณ์แนวโน้มปัญหาสุขภาพของผู้สวมใส่ได้

ผู้บริหารของ CarePredict บอกว่า เมื่อใส่ตัว Wearable นี้ที่แขนข้างที่ถนัด อุปกรณ์จะคอยจับตาดูพฤติกรรมของผู้สวมใส่อย่างใกล้ชิด ไม่ว่า จะเป็นการยกช้อน ส้อม หรือตะเกียบระหว่างการทานอาหาร การดื่มเครื่องดื่มต่างๆ การแปรงฟัน การหวีผม หรือแม้แต่ดูว่า ผู้ใช้งานอยู่ที่บ้าน หรือข้างนอกได้ เพราะมีการใช้ระบบ Machine Learning หรือการเรียนรู้ของเครื่อง และ Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเรียนรู้อากัปกิริยาที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้งานได้ ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น

นั่นหมายความว่า หากกิจกรรมหรือพฤติกรรมของผู้สวมใส่เปลี่ยนไป หรือลดลง ข้อมูลต่างๆ ก็จะบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ได้ เช่น กรณีคนที่อยู่ในภาวะหดหู่ซึมเศร้า ก็อาจจะไม่สนใจอาบน้ำ หรือหวีผม หรือไม่ชอบแสงสว่าง และหมกตัวอยู่แต่ในห้อง เป็นต้น และเมื่อกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น อุปกรณ์จะส่งข้อมูลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านแอพบนโทรศัพท์มือถือ

ผู้ที่สนใจ สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ ในราคา 449 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13,500 บาท

อุปกรณ์ใหม่อีกชิ้นที่น่าสนใจ คือ สมาร์ทวอทช์ ที่ชื่อ Time-C และมีความสามารถในการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สวมใส่ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ความแรงของแสงแดด ระดับเสียงและมลพิษ เป็นต้น นอกจากนั้น แอพของนาฬิกาอัจฉริยะนี้ยังนำเสนอคำแนะนำเกี่ยวกับครีมบำรุงผิวเฉพาะบุคคล โดยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ได้ด้วย

XS
SM
MD
LG