ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ธุรกิจ: หุ้นห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหลังคนอเมริกันช้อปปิ้งกระหน่ำปลายปี


Christmas shopping

ราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้นหลังท่อน้ำมันระเบิดในลิเบีย / รายงานชี้ "เศรษฐกิจอินเดีย" จะแซงฝรั่งเศสและอังกฤษในปีหน้า

หุ้นห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหลังคนอเมริกันช้อปปิ้งกระหน่ำปลายปี

ราคาหุ้นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นในวันอังคาร ซึ่งรวมถึงหุ้นของห้าง JC Penny, Macy, Nordstrom และ Kohl ตามรายงานของบริษัทเครดิตการ์ด MasterCard โดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากการจับจ่ายซื้อสินค้าของคนอเมริกัน ในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีของสหรัฐฯ

รายงานเปิดเผยว่า ยอดขายสินค้าทั้งตามร้านค้าและทางอินเทอร์เน็ต ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 24 ธ.ค. ปีนี้ เพิ่มขึ้น 4.9% ซึ่งมากที่สุดในรอบ 6 ปี

รายงานของ MasterCard ประเมินว่า คนอเมริกันใช้จ่ายเงินกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าปีก่อนๆ อันเป็นผลมาจากความมั่นใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น อัตราการว่างงานลดลง และราคาสินค้าลดราคามากกว่าปีก่อนๆ

Reuters คาดว่า บริษัทที่ทำยอดขายได้สูงสุดในช่วงเทศกาลวันหยุดปีนี้ คือ Amazon.com หลังจากยอดขายสินค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 18% ในช่วงปลายปีนี้

ราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้นหลังท่อน้ำมันระเบิดในลิเบีย

ราคาน้ำมันดิบโลกขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร ซึ่งสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ท่อขนส่งน้ำมันระเบิดในลิเบีย และการลดปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปก

ปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียเริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ภายหลังความขัดแย้งทางการเมืองเริ่มบรรเทาลง แต่เชื่อว่าการระเบิดของท่อส่งน้ำมันดังกล่าว อาจส่งผลให้การผลิตบางส่วนต้องหยุดชะงักชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดโลกในช่วงนี้ค่อนข้างอ่อนแรง เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวในหลายประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ

รายงานชี้ "เศรษฐกิจอินเดีย" จะแซงฝรั่งเศสและอังกฤษในปีหน้า

รายงานของศูนย์วิจัยด้านเศรษฐกิจและธุรกิจของอังกฤษ หรือ Cebr ระบุว่า อินเดียจะแซงอังกฤษและฝรั่งเศสขึ้นมาเป็นประเทศที่มีมูลค่าเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลกภายในปีหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ลดลงทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมอย่างอินเดีย สามารถขยายตัวได้มากขึ้น

รายงานชิ้นนี้ชี้ด้วยว่า จีนจะแซงสหรัฐฯ ขึ้นมาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่ง ภายในปี ค.ศ. 2032 ซึ่งนานกว่านักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ส่วนรัสเซีย คาดว่าจะตกลงจากอันดับ 11 ในขณะนี้ ไปอยู่ที่อันดับ 17 ในปี ค.ศ. 2032 เนื่องมาจากการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากเกินไป

XS
SM
MD
LG