ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ฝรั่งเศสจับตานักลงทุนญี่ปุ่นที่อาจย้ายออกจากอังกฤษหลังแยกตัวอียู


Pro-EU membership supporters hold European Union flags as they protest against Brexit across the street from the Houses of Parliament in London, Tuesday, Jan. 30, 2018.

ทีมเจรจา Brexit ของอังกฤษไม่ชัดเจนว่าต้องการความสัมพันธ์แบบใดกับอียู (EU - European Union) ในอนาคต ขณะที่กลัวกันว่าอังกฤษจะเเยกตัว “แบบดิ่งเหว”

ในการเจรากันครั้งล่าสุดที่ผ่านมา นายมิเชล บาร์นิแยร์ (Michel Barnier) หัวหน้าผู้เจรจาแห่งสหภาพยุโรป กล่าวเเสดงความคับข้องใจที่ทีมเจรจาจากอังกฤษยังไม่มีรายละเอียด ว่าอังกฤษต้องการความสัมพันธ์เเบบใดกับสหภาพยุโรปหลังแยกตัวออกจากอียู

นายบาร์นิแยร์ กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวที่กรุงบรัสเซลส์ว่า ทางทีมผู้เจรจาของอียูได้เห็นด้วยกับทีมเจรจาของอังกฤษในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไอร์เเลนด์ การกำกับดูแลข้อตกลงถอนตัว เเละประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนถ่าย เขากล่าวด้วยว่า ทางทีมงานคาดหวังว่าทีมอังกฤษจะเเจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคตที่อังกฤษต้องการมีกับอียู เเต่อังกฤษกลับไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้

หัวหน้าทีมเจรจาแห่งอียู เตือนว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องเห็นพ้องกันในเรื่องของข้อบังคับทางกฏหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการด้านเขตชายแดนในอนาคต ระหว่างไอร์เเลน์เหนือที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรกับสาธารณรัฐไอร์เเลนด์

อังกฤษชี้ว่า ต้องการทำการค้าเเบบไม่มีการเเบ่งสัดส่วนกับอียูภายหลัง Brexit แต่ยังต้องการเสรีภาพในการทำข้อตกลงทางการค้ากับชาติอื่นๆอีกด้วย

เเต่ โจนาธาน พอร์ทเทส นักวิเคราะห์เเห่ง โครงการ Changing Europe ที่มหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน (King' s College London) กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษแตกเเยกอย่างมากในเรื่องของรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับอียูในอนาคต ส่งผลให้การเจรจายากมากขึ้น

บทวิเคราะห์ของทางการอังกฤษที่ถูกลอบเปิดเผยชี้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษจะลดลงเกือบ 8 เปอร์เซ็นต์ หลังจากออกจากอียู

ในขณะเดียวกัน ทูตญี่ปุ่นประจำอังกฤษ เตือนว่าบริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่นอาจจะถอนตัวออกจากอังกฤษ หากประสบกับค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจที่สูงขึ้นหลัง Brexit

ก่อนหน้าการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีหญิงอังกฤษ นางเทเรซ่า เมย์ (Theresa May) กับบรรดาผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง เอกอัคราชทูตญี่ปุ่น นายโคจิ ซึรุโอกะ (Koji Tsuruoka) กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่า หากไม่มีกำไรในการดำเนินธุรกิจต่อไปในอังกฤษ คงไม่มีบริษัทเอกชนใดที่จะดำเนินธุรกิจในอังกฤษต่อไป ไม่เฉพาะบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้น

ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในอังกฤษเพราะได้รับเเรงดึงดูดจากข้อตกลงเรื่องการปลอดภาษีนำเข้าสู่ยุโรป บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ นิสสัน ฮอนด้า และโตโยต้า ผลิตรถยนต์เป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนรถยนต์ของอังกฤษ ในขณะที่บรรดาบริษัทยา บริษัทเทคโนโลยี เเละธนาคารของญี่ปุ่น ได้ว่าจ้างงานในอังกฤษหลายพันตำเเหน่ง

ด้านฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศคู่เเข่งของอังกฤษ กำลังจับตามองการลงทุนของญี่ปุ่นตาเป็นมัน

รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส นายชอง-อีฟ เลอ ดารีออง (Jean-Yves Le Drian) ได้ไปเยี่ยมญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เเละได้กล่าวว่าไม่มีความหวังอีกแล้วว่าอังกฤษจะกลับลำเปลี่ยนใจอยู่กับอียูต่อไป

เลอ ดาครีออง (Le Drian) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นี่ทำให้ฝรั่งเศสตัดสินใจบอกกับบริษัทญี่ปุ่นว่า ฝรั่งเศสเป็นทางเลือกที่ดีของการลงทุนหลังอังกฤษออกจากอียู

อังกฤษและสหภาพยุโรปต่างต้องการให้ช่วงของการเปลี่ยนถ่ายหลังการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปง่ายแก่ภาคธุรกิจ

พอร์ทเตส นักวิเคราะห์เเห่งมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่าความต้องการนี้น่าจะส่งผลให้อังกฤษต้องยอมรับให้อียูเป็นผู้ออกกฏระเบียบทั้งหมด เเละอังกฤษจะไม่มีปากมีเสียงเลย เเต่จะต้องจ่ายเงินต่อไป ซึ่งเป็นยาขมที่อังกฤษกลืนไม่ลง

เเละในขณะที่เริ่มมีการนับถอยหลังไม่ถึง 1 ปีก่อนที่ Brexit จะมาถึง เเรงกดดันกำลังเพิ่มขึ้นจากคู่ค้าของอังกฤษทั้งจากทั่วโลกและในสหภาพยุโรป เพื่อให้อังกฤษมีความชัดเจนว่าต้องการอะไรในอนาคตหลังจากแยกออกจากสหภาพยุโรป

(รายงานจาก Henry Ridgewell / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)


XS
SM
MD
LG