ลิ้งค์เชื่อมต่อ

"Brexit" ส่งผลให้เกิดความแตกแยกด้านค่านิยมหยั่งรากลึกกว่าความแตกต่างทางการเมือง


Demonstrators, one dressed in a Theresa May puppet head pose near parliament in London, March 13, 2017.

การศึกษาชิ้นใหม่เรื่องผลกระทบทางสังคมของการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร พบว่าอังกฤษเป็นประเทศที่แตกแยกและมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

รายงานชิ้นนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘UK in a Changing Europe’ พบว่า ความแตกแยกเกิดขึ้นกับคนที่เชื่อในแนวทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นแนวทางใด และสร้างความไม่ลงรอยกันในค่านิยมที่หลากหลาย เช่น เรื่องชนกลุ่มน้อย

หนึ่งในหัวหน้าคณะทำวิจัย ศาสตราจารย์ Anand Menon จากมหาวิทยาลัย Kings College London ให้สัมภาษณ์กับวีโอเอว่า การแบ่งแยกกันในสังคมเป็นที่เห็นประจักษ์ระหว่างเขตเมืองและเขตชนบท ระหว่างคนทางเหนือและคนทางใต้

ขณะที่คนอังกฤษลงมติให้ประเทศออกจากสหภาพยุโรป (อียู) คนสกอตแลนด์อยากให้อยู่เป็นสมาชิกต่อไป เช่นเดียวกันคนไอร์แลนด์เหนือ

การศึกษาชิ้นนี้ระบุว่า ผู้ที่ต้องการให้อังกฤษออกจากอียูเชื่อว่า การสร้างโอกาสให้เท่าเทียมสำหรับคนกลุ่มน้อยเอื้อประโยชน์ต่อคนกลุ่มน้อยมากเกินไป แต่ในกลุ่มที่ต้องการให้อังกฤษอยู่เป็นสมาชิกอียูต่อ เห็นว่าแนวทางสร้างโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้ยังช่วยพวกเขาไม่พอ

ความแตกแยกนี้ไม่จำกัดอยู่ที่แนวทางการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อาจารย์ Menon บอกว่า เรื่องนี้คล้ายๆ กับความเห็นเรื่องโทษประหาร ที่คนมีความคิดต่างตามค่านิยมส่วนตัวมากกว่าความโน้มเอียงทางการเมือง

หลังการลงประชามติให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit เมื่อปี พ.ศ. 2559 จำนวนคดีอาญาที่มีเหตุผลมาจากความเกลียดชังในประเทศ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40

นักวิเคราะห์กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ถึงปัญหาทางสังคมที่หยั่งรากลึกจาก Brexit และการแตกแยกกันด้านค่านิยมช่วยอธิบายว่า เหตุใดการประสานรอยร้าวจึงเกิดขึ้นยาก

อาจารย์ Menon บอกว่า คนไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ แม้ว่าเห็นว่า Brexit สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

เอกสารรัฐบาลที่สื่อนำมาเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ระบุถึงความเป็นไปได้ที่ Brexit อาจจะลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในระดับสูงสุด 8 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 15 ปีจากนี้

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของผู้สื่อข่าว Henry Ridgwell)

XS
SM
MD
LG