ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'ไบเดน - แฮร์ริส' กล่าวสุนทรพจน์ประกาศชัยชนะ ย้ำ "พร้อมเยียวยาอเมริกา"


Joe Biden

โจ ไบเดน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต กล่าวสุนทรพจน์จากรัฐเดลาแวร์ หลังจากทราบผลการเลือกตั้งที่ตนได้คะแนนจากคณะผู้แทนการเลือกตั้ง (electoral vote) เกิน 270 เสียง ซึ่งเพียงพอต่อชัยชนะและจะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่

และนอกจากจะเป็นชัยชนะของไบเดนแล้ว ยังเป็นชัยชนะของ คามาลา แฮร์ริสด้วย ที่ได้เป็นสตรีคนแรกที่จะได้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเธอยังเป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดอีกด้วย

การกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ คล้ายกับแนวทางการหาเสียงของไบเดน ที่มักจะเป็นรูปแบบ drive-in ให้คนขับรถเข้ามาฟัง เพื่อจำกัดจำนวนคนในช่วงโควิด-19

President-elect Joe Biden, right, on stage with Vice President-elect Kamala Harris, left, Saturday, Nov. 7, 2020, in Wilmington, Del.
President-elect Joe Biden, right, on stage with Vice President-elect Kamala Harris, left, Saturday, Nov. 7, 2020, in Wilmington, Del.

วุฒิสมาชิก คามาลา แฮร์ริส วัย 56 ปี กล่าวเปิดการปราศรัย โดยพูดถึงระบอบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมสร้างอนาคต เธอกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง ที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนับคะแนนบัตรเลือกตั้งเป็นเวลาหลายวัน เธอกล่าวชมความกล้าหาญ ความไม่ยอมแพ้ ของคนอเมริกัน ที่เดินหน้าต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและความเท่าเทียมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

และที่สำคัญเธอชมที่คนอเมริกันไปเลือกตั้ง และมองว่าคนอเมริกันเลือกความหวัง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน วิทยาศาสตร์ และความเป็นจริง และเลือกโจ ไบเดน ให้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา

เธอยังยกย่องผู้หญิงหลากหลายเชื้อชาติและสีผิวในอเมริกา ที่ช่วยต่อสู้ให้ผู้หญิงผิวสีในอเมริกาได้มีวันนี้ และให้เครดิตผู้หญิงแอฟริกันอเมริกันที่ได้ต่อสู้ร่วมกันให้ได้สิทธิอันเท่าเทียม เช่น สิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ในฐานะที่เป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ แฮร์ริสเชื่อว่าเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ หรือตำแหน่งทางการเมืองในระดับสูง เธอกล่าวว่าต้องการจะจัดการกับปัญหาเหยียดสีผิวที่ฝังรากลึกในอเมริกา ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนทางที่ง่าย แต่อเมริกาพร้อมแล้วสำหรับการแก้ปัญหานี้

USA-ELECTION/ US Vice President-elect Kamala Harris in Wilmington, Delaware
USA-ELECTION/ US Vice President-elect Kamala Harris in Wilmington, Delaware

หลังจากจบสุนทรพจน์ของ ส.ว.แฮรร์ริส นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ขึ้นกล่าวต่อ โดยเน้นย้ำว่า เขาได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน 74 ล้านเสียง ซึ่งมากที่สุดเท่าที่ผู้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยได้มา พร้อมย้ำว่าเขาจะเป็นผู้นำที่สร้างความสมานฉันท์ในประเทศ จะไม่มีรัฐสีแดง (รัฐที่คะแนนเสียงเป็นของพรรครีพับลิกัน) หรือรัฐสีน้ำเงิน (รัฐรัฐที่คะแนนเสียงเป็นของพรรคเดโมแครต)

นายไบเดนย้ำสโลแกนของการหาเสียงครั้งนี้ว่า นี่เป็นการนำเอาจิตวิญญาณของอเมริกันกลับมา และกล่าวกับผู้สนับสนุนทรัมป์ว่า เขาเข้าใจความผิดหวังที่ทรัมป์ไม่ชนะ แต่ถึงเวลาที่ต้องเลิกมองว่าผู้ที่เห็นต่างคือศัตรู เพราะทุกคนคืออเมริกันเหมือนกัน

“สำหรับคนที่โหวตให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ผมเข้าใจถึงความผิดหวัง ผมก็เคยแพ้มาสองสามครั้งแล้วในอดีต แต่ตอนนี้ให้โอกาสกันและกันสักครั้ง ถึงเวลาแล้วที่จะเลยใช้วาทะที่รุนแรงต่อกัน มาลดความร้อนแรงใส่กัน มองหน้ากัน รับฟังกันและกัน หากจะทำให้เกิดความก้าวหน้า เราต้องเลิกปฏิบัติต่อกันเป็นศัตรู”

ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่า เมื่อการเลือกตั้งจบลง ถึงเวลาของการต่อสู้ไวรัส การสร้างความเจริญรุ่งเรือง ปกป้องคุ้มครองสุขภาพของอเมริกัน ต่อสู้กับปัญหาเหยียดสีผิว และให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน เขากล่าวว่า ในวันจันทร์จะแต่งตั้งทีมที่ปรึกษา ที่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ เพื่อจัดการกับการระบาดของโควิด-19 โดยทุ่มทรัพยากรทุกอย่างที่มีเพื่อแก้ปัญหา

“นี่คือเวลาแห่งการสมานแผล การเลือกตั้งจบลงแล้ว งานของเราคือ เดินหน้าด้วยการทำดีต่อกัน ด้วยความยุติธรรม และยึดถือหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยพลังแห่งความหวัง”

ไบเดน บอกว่า ได้เวลาแล้วที่อเมริกาจะต้องหันหาเยียวยาความแตกแยก เขามองว่าทั้งพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน สามารถ "ตัดสินใจ" ที่จะร่วมมือกันได้ เพราะเป็นการตัดสินใจของทั้งสองฝั่ง ไบเดนย้ำว่า ต้องทำให้ความฝันและความหวังของอเมริกันทุกคนเป็นจริงให้ได้ ไม่ว่าแต่ละคนจะเป็นใคร มีภูมิหลังอย่างใดก็ตาม

“ทั่วโลกกำลังมองอเมริกาอยู่ ผมเชื่อว่าอเมริกาสามารถเป็นเเสงนำทางสำหรับประเทศต่างๆได้ เราจะเป็นผู้นำมิใช่จากตัวอย่างการใช้กำลัง แต่จากพลังของการเป็นตัวอย่างที่ดี”

US President-elect Joe Biden delivers remarks in Wilmington, Delaware, on November 7, 2020, after being declared the winner of the presidential election.
US President-elect Joe Biden delivers remarks in Wilmington, Delaware, on November 7, 2020, after being declared the winner of the presidential election.

"โจ ไบเดน" มาพร้อมประสบการณ์การเมืองมากกว่า 40 ปีในกรุงวอชิงตัน

เมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมปีหน้า เขาจะเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 และตอนนั้นเขาจะมีอายุ 78 ปี เป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดขณะเข้ารับตำแหน่ง มากกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่ออายุ 70 ปี

นักการเมืองสาย "ซ้ายกลาง" ผู้นี้มีประสบการณ์เป็นวุฒิสมาชิกมาแล้ว 36 ปี เป็นรองประธานาธิบดีมาแล้วอีกแปดปี โดยนอกจากโจมตีทรัมป์ว่าเป็นผู้นำที่ไม่เหมาะกับโลกเสรีแล้ว แคมเปญหาเสียงของไบเดนชูเรื่องการขยายประกันสุขภาพ โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการกลับมาสานความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่ห่างเหินไปในยุคของทรัมป์

หากไบเดนได้เป็นประธานาธิบดี มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะนำสหรัฐฯ เข้าร่วมข้อตกลงระหว่างประเทศที่ทรัมป์ถอนสหรัฐฯ ออกมา เช่น ความตกลงปารีสซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีจุดประสงค์ระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ไบเดนเคยรับปากว่า เขาจะเลือกผู้หญิงมาเป็นผู้ท้าชิงรองประธานาธิบดีคู่กับเขา และต่อมาเขาก็เลือกคามาลา แฮร์ริส วุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเธอเป็นหญิงผิวดำคนแรก และชาวเอเชียใต้อเมริกันคนแรกที่ได้เข้าชิงตำแหน่งระดับประเทศนี้ และเป็นผู้หญิงคนที่สี่ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ได้เข้าชิงตำแหน่งดังกล่าว

ทางแคมเปญหาเสียงของทรัมป์โจมตีการตัดสินใจเลือกแฮร์ริสมาเป็นคู่ท้าชิงตำแหน่งว่าทำให้ "แผนยึดครองโดยฝ่ายซ้ายสุดโต่งของไบเดนเรียบร้อยสมบูรณ์"

ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วสหรัฐฯแคมเปญหาเสียงของไบเดนจึงแตกต่างจากแคมเปญหาเสียงของผู้ชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในยุคใหม่คนอื่น ๆ โดยเขาเน้นหาเสียงจากบ้านของเขาในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ และไปเมืองใกล้เคียงอย่างเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย บ้างเพื่อไปปราศรัยและพูดคุยนโยบายกับกลุ่มคนขนาดย่อย

ไบเดนปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ โดยหลีกเลี่ยงการจัดขบวนหาเสียงขนาดใหญ่เพื่อป้องกันการระบาดของโคโรนาไวรัส งานประชุมประจำปีของพรรคเดโมแครตทั้งสี่วันยังจัดแบบออนไลน์แทนการประชุมตามปกติ ที่จะจัดในอาคารขนาดใหญ่พร้อมผู้ชมหลายพันคน

การรับมือกับไวรัสของรัฐบาลปัจจุบัน ยังเป็นประเด็นที่ไบเดนใช้โจมตีทรัมป์ โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทรัมป์ไม่ให้ความสำคัญต่อภัยของไวรัสเท่าใดนัก และแทบไม่สวมหน้ากาก และต่อมาเมื่อต้นเดือนตุลาคม ทรัมป์และภรรยาก็ตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นก็ตาม

XS
SM
MD
LG