ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ไบเดนชู ‘Build Back Better World’ แข่ง ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ ของจีน


U.S. President Joe Biden speaks at the COP26 Summit, in Glasgow, Scotland, Nov. 2, 2021.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:44 0:00


ประธานาธิบดีสหรัฐฯนาย โจ ไบเดน ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงการพัฒนาโลกแบบสีเขียว พร้อมผลักดันการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Build Back Better World (B3W) ในประเทศรายได้น้อยและรายได้ต่ำ บนเวทีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก (COP 26) ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ความร่วมมือจากนานาประเทศที่จะพัฒนาการวางระบบข้างต้นจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ได้ภายในปี 2050 เขาชี้ด้วยว่าประเทศกำลังพัฒนาต้องการระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง มีความยั่งยืนและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบสีเขียวได้

ประธานาธิบดีไบเดนได้เปิดตัวโครงการ B3W บนเวทีการประชุมประเทศกลุ่ม G-7 ที่ประเทศอังกฤษในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยระบุวัตถุประสงค์หลักว่าเป็นการลงทุนแบบโปร่งใสเพื่อช่วยพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหลายคนมองว่าโครงการข้างต้นเป็นการเปิดศึกแข่งขันกับโครงการ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ ของจีนที่ดำเนินการมาแล้วกว่า 8 ปีในหลายประเทศทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ

U.S. President Joe Biden speaks at the U.N. Climate Change Conference (COP26) in Glasgow, Scotland, Britain, November 2, 2021.
U.S. President Joe Biden speaks at the U.N. Climate Change Conference (COP26) in Glasgow, Scotland, Britain, November 2, 2021.

โดย​เมื่อปี 2018 อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไมค์ เพนซ์ เคยวิจารณ์โครงการ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ ของจีน ว่าเป็นโครงการที่จะสร้างหนี้ให้กับรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนามากมาย พร้อมยังชี้ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่จะเกิดต่อสังคมและการทุจริตภายใต้โครงการริเริ่ม BRI นี้ด้วย

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ได้ออกเดินทางเยือนประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ เพื่อรับฟังความต้องการและชักชวนให้ประเทศเหล่านั้นเข้าร่วมโครงการ B3W โดยรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาตินาย ดาลีฟ สิงห์ เป็นผู้นำคณะเดินทางไปยังประเทศแถบลาตินอเมริกันคือ โคลัมเบีย เอกวาดอร์ และปานามาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และในสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งเดินทางไปยังกานาและเซเนกัลเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการด้วย

การเดินทางเยือนข้างต้นนั้นเป็นการแสดงให้ประเทศกำลังพัฒนาเห็นว่าชาติของตนมีทางเลือกอื่นนอกจากประเทศจีน ยกตัวอย่างเช่นที่การประชุม COP26 แอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตถ่านหินรายใหญ่ของโลกได้ลงนามในสัญญามูลค่า 8 พัน 5 ร้อยล้านดอลลาร์กับสหรัฐฯ สหภาพยุโรปรวมทั้งประเทศอื่นๆ ของยุโรปเพื่อหันมาใช้พลังงานสะอาดแทน

Beijing One Belt One Road forum preparation
Beijing One Belt One Road forum preparation

อย่างไรก็ตาม ผู้ประสานงานโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของศูนย์ Wilson Center ที่กรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ นาย ลูคัส ไมเยอร์ ได้บอกว่า โครงการ BRI ของจีนยังได้รับความสนใจจากหลายประเทศอยู่ โดยเฉพาะประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมีการทุจริตสูง

นอกจากนี้ แซ็ก คูเปอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสที่ American Enterprise Institute ในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ บอกกับวีโอเอว่า B3W อาจจะไม่สามารถแข่งกัน BRI ได้ เพราะสหรัฐฯ ไม่ทราบว่าประเทศใดจะเข้าร่วมบ้างและในระดับใดและจะใช้เงินทั้งหมดรวมเท่าใดสำหรับ B3W ซ้ำยังไม่มีระยะเวลาของโครงการที่ชัดเจนด้วย ถึงแม้จะมีการวางแผนไว้ว่าสหรัฐฯ จะสามารถประกาศเริ่มโครงการ B3W ได้ในช่วงต้นปีหน้าโดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดบางอย่างสำหรับบางโครงการในขั้นต้น และคาดว่าประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ จะต้องการเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035

นอกจากนั้นการตอบรับของนักการเมืองและชาวอเมริกันเองเรื่องการนำเงินจำนวนมากไปลงทุนสำหรับโครงการพัฒนาในประเทศต่างๆ ก็อาจจะอีกหนึ่งอุปสรรคที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องเผชิญ เพราะขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เองก็มีโครงการลักษณะเดียวกันสำหรับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ภายในประเทศซึ่งสมาชิกของพรรคเดโมแครตเองก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันทำให้ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกคนคือ นายโจนาธาน อี. ฮิลล์แมน แห่ง Center for International & Strategic Studies (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน บอกว่า สหรัฐฯ อาจจะสู้กับแผนงาน BRI หรือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนได้หากมุ่งเน้นให้ความสนใจกับเรื่องสำคัญสี่อย่างที่จีนทำได้ไม่ดีพอ นั่นคือด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เรื่องสุขภาพ ระบบดิจิทัล และความทัดเทียมทางเพศ

ส่วนนักวิเคราะห์คนอื่นก็ชี้ว่าสหรัฐฯ มีโอกาสประสบความสำเร็จในการเพิ่มเงินลงทุนให้ได้มากพอๆ กับเม็ดเงินในแผนงาน BRI ของจีนได้ - โดยขณะนี้ตัวเลขที่คาดไว้อยู่ระหว่างหนึ่งล้านล้านถึงแปดล้านล้านดอลลาร์ - หากสหรัฐฯ อาศัยการระดมทุนจากภาคเอกชนและอาศัยความร่วมมือจากประเทศพันธมิตรอื่นๆ เช่นญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์และมีความชำนาญรวมทั้งมีเครือข่ายอย่างกว้างขวางในฐานะประเทศผู้ลงทุนต่างชาติโดยตรงรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

เจ้าหน้าที่จากทำเนียบขาวกล่าวกับวีโอเอว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีความเห็นเช่นกันว่าหัวใจสำคัญของโครงการ B3W คือการสร้างวิสัยทัศน์ที่น่าดึงดูดใจ มีผลประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งมีการให้แรงกระตุ้นจูงใจในทางปฏิบัติด้วย และสำหรับโครงการ B3W ของสหรัฐฯ นี้ การสร้างความเป็นหุ้นส่วนร่วมมือกันกับประเทศต่างๆ อย่างมีความหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความสำเร็จของโครงการ

XS
SM
MD
LG