ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'ไบเดน' เผยรัสเซียเริ่มแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2022


President Joe Biden finishes speaking during a visit to the Office of the Director of National Intelligence in McLean, Va., July 27, 2021.
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:11 0:00

ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองและความมั่นคงจาก 17 หน่วยงานที่สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีไบเดนเปิดเผยว่ารัสเซียได้เริ่มแทรกแซงและเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ ในปีหน้าแล้ว

ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ยังย้ำด้วยว่า ในฐานะผู้นำประเทศ ตนต้องการข้อมูลข่าวกรองที่ตรงไปตรงมาและความเห็นซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจที่จำเป็น

ในการกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงราว 120 คนจากหน่วยงานด้านข่าวกรอง 17 หน่วยงานของสหรัฐฯ ในวันพุธ ประธานาธิบดีไบเดนได้เปิดเผยข้อมูลซึ่งดูเหมือนจะมาจากการบรรยายสรุปประจำวันจากชุมชนข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ควรสังเกตว่าขณะนี้รัสเซียกำลังทำอะไรอยู่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ ในปีหน้า

และว่าพฤติกรรมดังกล่าวซึ่งรวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนนับเป็นการละเมิดอธิปไตยของสหรัฐฯ อย่างแท้จริง นอกจากนั้น ประธานาธิบดีไบเดนยังคาดด้วยว่า การโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งมาจากกลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับความสนับสนุนจากจีนและรัสเซียจะเพิ่มระดับสูงขึ้น และเสริมว่าขีดความสามารถทางไซเบอร์ของคู่ปรับของสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ได้ยกย่องความสามารถในการทำงานของชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ ว่าเหนือกว่าของมอสโก โดยชี้ว่าประธานาธิบดีปูตินก็ทราบเรื่องนี้ดี

ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้นำของประเทศมหาอำนาจอีกสองประเทศนั้น ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวถึงประธานาธิบดีปูตินว่ามีอาวุธนิวเคลียร์และมีบ่อน้ำมันแต่ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย และว่าการที่รัสเซียมีปัญหาทางเศรษฐกิจทำให้ประธานาธิบดีปูตินยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น

และนอกจากผู้นำรัสเซียแล้ว ประธานาธิบดีไบเดนยังกล่าวถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนว่า ต้องการเป็นผู้นำประเทศซึ่งมีกองทัพที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกและมีเศรษฐกิจซึ่งมีขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุดของโลก ภายในช่วงกลางทศวรรษที่ 2040 หรือในอีกราว 20 ปีต่อจากนี้ด้วย

ในส่วนที่เกี่ยวกับการทำงานของชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ เอง ประธานาธิบดีไบเดนได้ขอให้หน่วยงานเหล่านี้ให้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมากับตน และว่าเรื่องใดที่ไม่แน่ใจก็ขอให้บอกว่าไม่แน่ใจ เพราะตนไม่ต้องการข้อมูลที่ไร้ประโยชน์หรือไม่มีความหมายใด ๆ

โดยผู้นำของสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า ตนจะไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องที่จำเป็นได้หากไม่ได้รับข้อเสนอแนะที่ดีที่สุดซึ่งไม่ต้องมีการปั้นแต่งหรือการสรรเสริญเยินยอใด ๆ และควรเป็นข้อเสนอแนะที่ปราศจากอคติ รวมทั้งควรเป็นเรื่องซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานคิดว่าเป็นข้อเท็จจริงด้วย

ประธานาธิบดีไบเดนยังย้ำด้วยว่า หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ไม่ควรถูกครอบงำด้วยอิทธิพลทางการเมืองไม่ว่าพรรคใดมีอำนาจอยู่ในฝ่ายบริหารหรือในฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและข่าวกรองของสหรัฐฯ ควรปฏิบัติงานได้อย่างเสรีโดยปราศจากแรงกดดันหรืออิทธิพลทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น

สตีฟ เฮอร์แมน ผู้สื่อข่าวของวีโอเอประจำทำเนียบขาว รายงานว่า ท่าทีดังกล่าวของประธานาธิบดีไบเดนนี้ตรงกันข้ามกับทัศนะของประธานาธิบดีทรัมป์ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับชุมชนข่าวกรองของสหรัฐฯ ต้องตึงเครียดหลังจากที่อดีตผู้นำสหรัฐฯ แสดงจุดยืนเข้าข้างประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียที่ปฏิเสธว่าเครมลินไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2016

ถึงแม้ชุมชนข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้มีรายงานว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ตาม

(ที่มา: VOA)

XS
SM
MD
LG