ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

อเมริกาเร่งอพยพคนออกจากคาบูล ท่ามกลางผลโพลเชิงลบเรื่องงานถอนทหาร


In this photo provided by the U.S. Marine Corps, a boy is processed through an Evacuee Control Checkpoint during an evacuation at Hamid Karzai International Airport, in Kabul, Afghanistan, Aug. 18, 2021.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:38 0:00


รัฐบาลอเมริกันกำลังเร่งเดินหน้าถอนทหาร และอพยพคนออกจากอัฟกานิสถาน ท่ามกลางคำขู่ของกลุ่มตาลิบันที่ยึดอำนาจปกครองประเทศเมื่อกลางเดือนสิงหาคม ว่าอเมริกาไม่ควรให้ทหารของตนอยู่ในประเทศเกินเส้นตาย ณ สิ้นเดือนนี้

ทั้งนี้เส้นตายวันที่ 31 สิงหาคมเป็นกรอบเวลาที่ประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐฯวางไว้ สำหรับการถอนทหารสหรัฐฯออกจากอัฟกานิสถาน

ผู้นำสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า แม้ตนหวังว่าจะสามารถดำเนินการอพยพคนที่อยากจะออกอัฟกานิสถานไปยังประเทศที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ เเต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องขอเวลาเพิ่ม

คนเหล่านี้ ส่วนมากคือชาวอเมริกันและคนอัฟกันที่เคยช่วยสหรัฐฯ ในช่วงที่สหรัฐฯ ต่อสู้ในสงครามอัฟกานิสถานกับกลุ่มตาลิบันสองทศวรรษที่ผ่านมา

เป็นที่คาดหมายว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน น่าจะถามโจ ไบเดน ที่การพบกันในวันอังคาร ถึงเรื่องการยืดเวลาเลยวันที่ 31 สิงหาคม ณ การประชุมผู้นำกลุ่มจี 7 ของประเทศที่ทรงอำนาจฝ่ายประชาธิปไตยของโลก

ขณะเดียวกันฝ่ายตาลิบันเตือนถึงการยืดเวลาดังกล่าว โฆษกซูเฮล ชาฮีนของตาลิบัน กล่าวในการสัมภาษณ์กับช่อง Sky News ว่า การยืดเส้นตาย หมายถึงการยืดเวลายึดครองอัฟกานิสถาน และอาจก่อให้เกิดการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างตาลิบันและสหรัฐฯ

โฆษกผู้นี้กล่าวว่า “ถ้าเขา (สหรัฐฯ) ตั้งใจที่จะยึดครองประเทศต่อไป ก็จะเป็นการยั่วยุให้เกิดการตอบโต้”

ที่ผ่านมาการอพยพคนออกจากอัฟานิสถานทำได้รวดเร็วขึ้น เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่าทางการอเมริกันวางแผนว่าจะนำเครื่องบินพาผู้โดยสาร 10,400 คนออกจากกรุงคาบูล ภายในเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือว่าสามารถอพยพคนได้จำนวนมากที่สุดภายใน 24 ชั่วโมงตั้งเเต่มีเริ่มภารกิจเมื่อสัปดาห์ที่เเล้ว

นอกจากนี้เครื่องบินของชาติพันธมิตรอเมริกันสามารถอพยพคนออกมาจากอัฟกานิสถานได้อีก 5,900 รายด้วย

U.S. soldiers stand guard along the perimeter at the international airport in Kabul, Afghanistan.
U.S. soldiers stand guard along the perimeter at the international airport in Kabul, Afghanistan.

และเมื่อวันอาทิตย์ รัฐมนตรีกลาโหม ลอยด์ ออสตินของสหรัฐฯ กล่าวว่าได้สั่งให้เครื่องบินพาณิชย์ของ 6 สายการบินจำนวน 18 ลำช่วยพาคนจากพื้นที่ชั่วคราวนอกอัฟกานิสถาน เพื่อช่วยให้ทหารมุ่งความพยายามไปที่ช่วยเอาคนออกจากคาบูลได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามยังมีคนนับหมื่นคนรอความช่วยเหลือเรื่องการเดินทางออกมากจากอัฟกานิสถานอยู่ โดยคนหลายพันเเออัดอยู่ที่สนามบินกรุงคาบูล

ทำเนียบขาวกล่าวว่า มีคนที่บินออกมาจากอัฟกานิสถานแล้ว ประมาณ 37,000 รายตั้งเเต่ประเทศตกอยู่ภายใต้การปกครองของตาลิบัน เมื่อสัปดาห์กว่าๆที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีอัชราฟ กานีได้หนีออกมาอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เเล้ว

ด้านประธานาธิบดีไบเดน กล่าวว่า คนอัฟกัน ทุกรายที่บินตรงเข้ามาที่สหรัฐฯ ได้การตรวจประวัติ ว่าไม่มีภูมิหลังที่เป็นอันตราย

แม้เขาจะพยายามปกป้องการตัดสินใจถอนทหารอเมริกันออกมาจากอัฟกานิสถาน โจ ไบเดนถูกวิจารณ์จากทั้งพรรคเดโมเเครตของเขาและพรรครีพับลิกันฝ่ายตรงข้าม ว่าการอพยพคนออกของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างโกลาหล ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก็สะท้อนมุมมองเช่นนั้น

In this image courtesy of the US Air Force, medical support personnel from the 86th Medical Group help an Afghan mother and family off a US Air Force C-17, call sign Reach 828, moments after she delivered a child aboard the aircraft upon landing at Ramste
In this image courtesy of the US Air Force, medical support personnel from the 86th Medical Group help an Afghan mother and family off a US Air Force C-17, call sign Reach 828, moments after she delivered a child aboard the aircraft upon landing at Ramste

โพลของซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่คิดว่าการถอนทหารสหรัฐฯออกจากอัฟกานิสถานดำเนินไปอย่าง “ย่ำเเย่มาก” หรือ “ย่ำเเย่ระดับหนึ่ง”

ขณะที่ร้อยละ 63 ของชาวอเมริกันบอกว่าเห็นด้วยกับการถอนทหาร จากอัฟกานิสถาน แต่มีเพียงร้อยละ 47 ที่ยอมรับผลการดำเนินการในภารกิจถอนทหารครั้งนี้

โจ ไบเดนกล่าวว่า การอพยพคนจำนวนมากเช่นนี้ออกจากกรุงคาบูลย่อมเป็นเรื่อง “ยากและเจ็บปวด” ไม่ว่าจะดำเนินการเมื่อใด ไม่ว่าจะเป็นเดือนที่เเล้ว หรือเดือนหน้าก็ตาม

เขาบอกว่า “ไม่มีทางที่การอพยพคนจำนวนมากเท่านี้ จะทำให้ไม่เห็นภาพในโทรทัศน์ที่เจ็บปวดเเละใจสลาย”

XS
SM
MD
LG