ลิ้งค์เชื่อมต่อ

หุ้นสหรัฐฯติดลบ 9.3% เดือยก.ย. ร่วงหนักสุดในรอบกว่าสองปี


FILE PHOTO: Traders work on the floor of the NYSE in New York

ในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการซื้อขายหุ้นในเดือนกันยายน หุ้นสหรัฐฯ ติดลบหนักและทำให้ดัชนี S&P 500 ต่ำลง 9.3% สำหรับเดือนดังกล่าว ถือว่าเป็นผลงานที่ย่ำเเย่ที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคมสองปีก่อน ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดหุ้นถูกกดดันอย่างหนักจากการระบาดของโคโรนาไวรัส

สำหรับที่เดือนกันยายนนี้ ปัจจัยที่กดดันมาจากความกังวลเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

ดัชนี S&P 500 ปิดลดลงสามไตรมาสติดต่อกัน และอยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนค.ศ. 2020 หากนับตั้งแต่ต้นปี ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงกว่า 25%

ควินซี่ ครอสบี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การลงทุนของตลาดทุน แห่งบริษัท LPL Financial กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า “พูดตามตรง ถ้าเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ถลำลึก คุณจะได้เห็นการเทขายมากขึ้นกว่านี้อีก”

ระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด รับบทแนวหน้าของการต่อสู้กับทิศทางเงินเฟ้อโลก ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยโดยพยายามไม่ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงเกินไปต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน

U.S. Federal Reserve Board Chairman Jerome Powell speaks in Washington
U.S. Federal Reserve Board Chairman Jerome Powell speaks in Washington

รองประธานเฟด เลล เบรนาร์ด เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของระบบธนาคารกลางคนล่าสุด ที่กล่าวถึงการขึ้นดอกเบี้ย ว่าน่าจะยังคงดำเนินต่อไป โดยเธอแสดงความเห็นเรื่องนี้ในวันศุกร์

ในวันศุกร์ ดัชนี S&P 500 ร่วง 54.85 จุด หรือ 1.5% มาปิดที่ 3,585.62 ส่วน Dow Jones Industrial Average ตก 500.10 จุด หรือ 1.7% มาอยู่ที่ 28,725.51 และ Nasdaq ต่ำลง 161.89 จุด หรือ 1.5% มาอยู่ที่ 10,575.62

  • ที่มา: เอพี
XS
SM
MD
LG