ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ไบเดน - เจ้าชายซาอุฯ ชนกำปั้นทักทายกันก่อนเริ่มประชุมฟื้นความสัมพันธ์ 


Saudi Crown Prince Mohammed bin Salman fist bumps U.S. President Joe Biden upon his arrival at Al Salman Palace, in Jeddah, Saudi Arabia. (Bandar Algaloud/Courtesy of Saudi Royal Court/Handout via Reuters)

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ทักทายด้วยการชนกำปั้นกันก่อนเริ่มหารือกันเมื่อวันศุกร์ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตที่สำคัญที่สุดความสัมพันธ์หนึ่งของโลก ตามรายงานของเอพี

สถานีโทรทัศน์ของซาอุดีอาระเบีย เผยแพร่ภาพผู้นำสหรัฐฯ เดินออกจากรถลิมูซีนก่อนจะชนกำปั้นกับเจ้าชาย ขณะเดินทางเยือนเมืองเจดดาห์เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์สหรัฐฯ - ซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม ปธน. ไบเดน และเจ้าชายมุฮัมหมัด บิน ซัลมาน ยังมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างค่อนข้างห่างเหิน โดยทั้งสองไม่ตบหลังหรือยิ้มให้แก่กันดังเช่นที่มักปฏิบัติเวลาพบปะผู้นำคนอื่น ๆ

ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธไม่พูดคุยกับองค์มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียมาเป็นเวลานาน และเคยวิจารณ์ซาอุดีอาระเบียอย่างหนักเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีการสังหารจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุที่ประจำอยู่ในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายต่าง ๆ เช่น ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่านในตะวันออกกลาง ได้เข้ามีความสำคัญแทนข้อกังวลต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ต่อซาอุดีอาระเบีย ในขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียก็ต้องการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ และหาช่องทางลงทุนเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำมันน้อยลง

พิธีต้อนรับ ปธน. ไบเดนที่เมืองเจดดาห์เป็นไปอย่างค่อนข้างเรียบง่าย โดยเขาได้รับการต้อนรับที่สนามบินโดยผู้ว่าการเมืองเมกกะห์และทูตซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐฯ ก่อนจะเดินบนพรมสีม่วงลาเวนเดอร์ไปยังรถลิมูซีนเพื่อเดินทางไปยังพระราชวังง

จากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด โดยสื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางการซาอุดีอาระเบียได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ผู้นำทั้งสองจับมือกันขณะที่องค์มกุฎราชกุมารทอดพระเนตร ก่อนที่ ปธน. ไบเดนจะร่วมประชุมพร้อมที่ปรึกษาหลายคน

เอพีรายงานว่า เจ้าชายมุฮัมหมัด บิน ซัลมาน ทรงกำลังปูทางเพื่อนำไปสู่การครองราชย์ในอนาคตอยู่ ในขณะเดียวกันก็ทรงกีดกัน คุมขัง และยึดทรัพย์ูฝ่ายตรงข้ามและผู้วิจารณ์ราชวงศ์ การขึ้นมามีอำนาจของเจ้าชายทำให้ซาอุดีอาระเบียเดินหน้าอุตสาหกรรมอาวุธภายในประเทศ ลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับประเทศต่าง ๆ เพื่อป้องกันประเทศจากอิหร่าน

Saudi King Salman bin Abdulaziz receives U.S. President Joe Biden at Al Salman Palace upon his arrival in Jeddah
Saudi King Salman bin Abdulaziz receives U.S. President Joe Biden at Al Salman Palace upon his arrival in Jeddah

ในขณะเดียวกัน ก็มีการจับตามองว่าผู้นำสหรัฐฯ จะมีปฏิสัมพันธ์กับองค์มกุฎราชกุมารบิน ซัลมานอย่างไร หลังจากช่วงการหาเสียง ปธน. ไบเดนเคยให้คำมั่นว่า จะปฏิบัติต่อซาอุดีอาระเบียอย่าง “ประเทศที่ไม่ได้รับการยอมรับ” เนื่องจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

สื่อมวลชนเข้าติดตามทำข่าวการหารือสำคัญครั้งนี้ได้อย่างจำกัด โดยสื่อมวลชนประจำทำเนียบขาวไม่ได้อยู่ทำข่าวขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ และเจ้าชายชนกำปั้นทักทายกัน และผู้สื่อข่าวได้รับอนุญาตให้เข้าทำข่าวในห้องประชุมได้เพียงชั่วครู่เท่านั้นและแทบไม่ได้ยินถ้อยแถลงจากทั้งสองฝ่าย ทั้งสองยังไม่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวด้วย

ก่อนที ปธน. ไบเดนจะเดินทางถึงซาอุดีอาระเบีย เขาไม่ได้ระบุว่าจะยกประเด็นการสังหารจามาล คาช็อกกี ต่อมกุฎราชกุมารเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ เขาระบุว่า เขามีจุดยืนที่ชัดเจนต่อประเด็นการสังหารนายคาช็อกกี อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เขาเดินทางไปซาอุดีอาระเบียนี้ก็เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศ โดยฟืนฟูอิทธิพลของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ ก่อนที่ ปธน. ไบเดนจะเดินทางเยือน ซาอุดีอาระเบียประกาศเช่นกันว่าจะเปิดน่านฟ้าให้ “เครื่องบินทุกลำ” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจะยุติข้อจำกัดไม่ให้เครื่องบินของอิสราเอลบินผ่านน่านฟ้า โดยผู้นำสหรัฐฯ ชื่นชมการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็น “ก้าวสำคัญต่อการสร้างภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีบูรณภาพและความมั่นคงยิ่งขึ้น”

ในวันเสาร์ ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดประชุมกับผู้นำจากประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีผู้นำจากอียิปต์ อิรัก และจอร์แดน เข้าร่วมประชุมด้วย ก่อน ปธน. ไบเดน จะเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน

การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของผู้นำสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในการเดินทางเยือนที่มีความอ่อนไหวมากที่สุด ในขณะที่ท่าทีของ ปธน. ไบเดนต่อทางซาอุดีอาระเบียจะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เขาถูกวิจารณ์หนักขึ้นว่าไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่เคยระบุว่า จะให้ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นใจกลางหลักของนโยบายต่างประเทศ

ข้อวิจารณ์ต่อท่าทีของ ปธน. ไบเดนต่อซาอุดีอาระเบีย ทวีความร้อนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ขณะที่สงครามของรัสเซียในยูเครนส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ พุ่งสูงที่สุดในรอบราว 40 ปี

  • ที่มา: เอพี

XS
SM
MD
LG