ชาวอเมริกันฉลองวัน จูนทีนธ์ – รำลึกการสิ้นสุดความเป็นทาสของชาวแอฟริกันอเมริกัน

Demonstrators march during a Juneteenth march and rally in Washington, DC, on June 19, 2020.

วันจูนทีนธ์ (Juneteenth) หรือวันที่ 19 มิถุนายนของทุกปี คือวันที่สหรัฐฯ ร่วมฉลองการสิ้นสุดความเป็นทาสของชาวแอฟริกันอเมริกันที่ดำเนินมานานถึง 155 ปีก่อนจะยุติได้หลังสงครามกลางเมืองในประเทศนี้

การประกาศเลิกทาสในสหรัฐฯ หรือ Emancipation Proclamation เป็นคำประกาศที่ 95 ของประธานาธิบดีและคำสั่งของฝ่ายบริหารที่ออกโดยประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ที่มีผลบังคับใช้ในรัฐต่างๆ ทางภาคใต้ของประเทศเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1863 แต่ผู้ที่อยู่ในสถานะทาสในรัฐเท็กซัสกลับไม่ได้รับแจ้งถึงข่าวนี้จนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 ปีครึ่ง เมื่อกองทหารสหรัฐฯ เดินทางมาถึงเมืองกัลเวสตัน ของรัฐเท็กซัส และยืนยันข่าวนี้ในปี ค.ศ. 1865

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้ที่เป็นอิสระจากความเป็นทาสจะร่วมกันฉลองอิสรภาพในวันที่ 19 ของเดือนมิถุนายน ที่เมืองกัลเวสตัน ก่อนที่จะมีผู้รวบคำเรียกเดือนมิถุนายน หรือ จูน (June) ในภาษาอังกฤษ และวันที่ 19 ซึ่งคือคำว่า ไนน์ ทีนธ์ (Nineteeth) เข้าด้วยกัน กลายมาเป็นวัน จูนทีนธ์ ขณะที่การเฉลิมฉลองจะแพร่กระจายไปรัฐอื่นๆ รวมทั้งในต่างประเทศ เช่น ประเทศกานา ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิสราเอล

ในปัจจุบัน เกือบทุกรัฐในสหรัฐฯ ประกาศให้วันที่ 19 มิถุนายนเป็นวันหยุดสำหรับพนักงานและลูกจ้างของรัฐ ขณะที่บริษัทเอกชนบางแห่งอนุญาตให้พนักงานหยุดงานในวันนี้ด้วย โดยการเฉลิมฉลองนั้นมักเป็นในรูปแบบของการปิกนิก ไปจนถึงการเดินขบวนพาเหรด และการจัดคอนเสิร์ต

แต่ในปีนี้ที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังดำเนินอยู่ ผู้จัดงานหลายกลุ่มตัดสินใจลดระดับการเฉลิมฉลองวันแห่งอิสรภาพนี้ให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยจัดงานเสมือนจริงผ่านอินเตอร์เน็ตแทนแล้ว

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่การชุมนุมเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อคนผิวสียังดำเนินอยู่ ผู้ชุมนุมบางกลุ่มเดินหน้าจัดการประท้วงอย่างสันติ รวมทั้งจัดโครงการเรียกร้องให้ชาวแอฟริกันอเมริกันลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งและโครงการส่งเสริมธุรกิจที่มีคนผิวสีเป็นเจ้าของ เป็นต้น

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงการณ์ในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ที่ระบุวัน วันจูนทีนธ์ “เป็นวันแห่งการรำลึกถึงจุดด่างในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และวันแห่งการเฉลิมฉลองความสามารถอันไม่มีใครเทียบทานของสหรัฐฯ ในการเอาชนะความมืดมิดได้”