ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิเคราะห์ชี้ ‘สี จิ้นผิง’ เล็งใช้เอไอ-เรือไร้คนขับ เสริมเขี้ยวเล็บทางทหาร


ปธน.สี จิ้นผิง ของจีนเดินทางมาถึงช่วงปิดการประชุม National People's Congress (NPC) ในกรุงปักกิ่ง 11 มี.ค. 2024 (รอยเตอร์)
ปธน.สี จิ้นผิง ของจีนเดินทางมาถึงช่วงปิดการประชุม National People's Congress (NPC) ในกรุงปักกิ่ง 11 มี.ค. 2024 (รอยเตอร์)

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งการให้กองทัพเตรียมพัฒนาสิ่งที่เขาเรียกว่า “ศักยภาพในการต่อสู้ที่มีคุณภาพแบบใหม่” ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์มองว่า เป็นการเน้นย้ำความสนใจในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีขั้นสูง และสงครามการข่าวกรอง รวมทั้งอาจเป็นการส่งสัญญาณที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า จีนกำลังวางแผนที่จะสร้างกองทัพเรือและเรือดำน้ำไร้คนขับ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร

ผู้นำจีนกล่าวระหว่างการประชุมกองทัพปลดปล่อยประชาชน (People’s Liberation Army-PLA) และกองกำลังตำรวจติดอาวุธประชาชนจีน (Armed Police Force) เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน เรียกร้องให้กองทัพปฏิรูปในเชิงลึกยิ่งขึ้นและส่งเสริมนวัตกรรมในการเพิ่มศักยภาพด้านยุทธศาสตร์ โดยมีตัวแทนจากกองทัพหารือในหลายประเด็น ตั้งแต่ระบบไซเบอร์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีไร้คนขับเพื่อการต่อสู้

ชุง ชี จาก National Policy Foundation ในกรุงไทเป เผยว่า จากถ้อยแถลงของปธน.สี ที่การประชุมและความเห็นของผู้นำจีนในช่วงที่ผ่านมา ชี้ว่า “ศักยภาพในการต่อสู้ที่มีคุณภาพแบบใหม่” นั่นหมายถึงความสามารถในการต่อสู้อันชาญฉลาด “เป้าหมายล่าสุดของผู้นำจีน(สี)คือบรรลุการพัฒนาแบบบูรณาการ ... ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ ยกตัวอย่างการใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่กองทัพกำลังมองหาการเร่งความเร็วแห่งการต่อสู้ การร่นเวลาในการทำภารกิจ เช่น การค้นหาเป้าหมาย การโจมตี เช่นเดียวกับปฏิบัติการแบบเร่งด่วน รวมถึงการควบคุมพาหนะไร้คนขับในการสู้รบ

สำหรับมหาอำนาจด้านการทหารแล้ว ใครก็ตามที่สามารถพัฒนารูปแบบการต่อสู้ใหม่ขึ้นมาได้จะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการรบ

ในรายงานของสื่อรัฐบาลจีน PLA Daily เมื่อวันอาทิตย์เผยว่า ห่าว จิงเหวิน สมาชิกรัฐสภาจีน ได้กล่าวถึงเทคโนโลยี swarm drone ระบบควบคุมโดรนให้บินร่วมกันเป็นฝูง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งพัฒนาและนำไปใช้กับความขัดแย้งในภูมิภาคได้อย่างประสบความสำเร็จ รวมทั้งเรียกร้องให้จีนเล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีในด้านการทหารมากขึ้น

หลิน อิง-หยู อาจารย์จาก Graduate Institute of International Affairs and Strategic Studies แห่ง Tamkang University ให้สัมภาษณ์กับวีโอเอว่า ศักยภาพในการต่อสู้ที่มีคุณภาพแบบใหม่มุ่งเน้นด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็จริง แต่ยากที่จะบอกว่าจะนำไปใช้ในแบบที่ผู้นำจีนต้องการได้อย่างไร

หลิน กล่าวว่า “อันที่จริงแล้ว จีนเองก็พยายามหาวิธีที่จะใช้มัน และไม่สามารถหาจุดที่ชัดเจนได้ว่าสิ่งความสามารถใหม่นี้คืออะไรบ้าง หากจีนต้องการจะเข้าสู่สมรภูมิด้านเทคโนโลยีในอนาคต การฝึกฝนกองทัพและเฟ้นหาผู้มีทักษะจะต้องแตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง”

นอกจากนั้นแล้ว อีกความท้าทายของกองทัพจีนก็คือ ผู้มีทักษะล้ำสมัยเหล่านี้มีทางเลือกไปร่วมงานกับบริษัทต่างชาติหรือบริษัทเอกชนมากกว่า และอาจไม่อยากเข้าร่วมกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

ระหว่างการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้นำจีนยังเน้นถึงความจำเป็นในการเตรียมการสำหรับความขัดแย้งทางทะเล การปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเล การพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล และการเพิ่มศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ทางทะเล ที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเผยความมุ่งมั่นของรัฐบาลปักกิ่งในการเป็นประเทศมหาอำนาจทางทะเลและเข้าควบคุมการสื่อสารทางทะเล

ชี เสริมว่า เมื่อพิจารณาถ้อยแถลงต่าง ๆ เกี่ยวกับ “ความสามารถในการต่อสู้ใหม่” และ “การเตรียมการสำหรับความขัดแย้งทางทะเล” ล้วนเป็นสัญญาณว่า เรือที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับจะกลายมาเป็นโครงการพัฒนาสำคัญของกองทัพจีน

  • ผู้สื่อข่าววีโอเอ เอเดรียนา จาง จากวีโอเอภาคภาษาจีน เรียบเรียงรายงานเรื่องนี้

กระดานความเห็น

XS
SM
MD
LG