ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

หนุ่มสาวทั่วโลกร่วมประท้วงสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง


Activists march in a climate change rally in London, Britain, Sept. 20, 2019.

นักเรียนและประชาชนทั่วโลกร่วมประท้วงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งคาดว่ามีผู้เข้าร่วมการประท้วงนี้ในประเทศต่าง ๆ มากกว่า 1 ล้านคน ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีการเดินขบวนประท้วงเรื่องภาวะโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์

การประท้วงในวันศุกร์เริ่มต้นขึ้นที่หลายประเทศในเอเชีย ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ไปถึงฮ่องกง และอินเดีย เมื่อนักเรียนหลายแสนคนเดินขบวนตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการต่อสู้ปัญหาสิ่งแวดล้อมออกมาก่อนการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก จะมีขึ้นที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า

ที่ออสเตรเลีย นักเรียนและประชาชนกว่า 3 แสนคนร่วมในการประท้วงด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย หลังจากที่ออสเตรเลียเผชิญปัญหาภัยธะรมชาติหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึง น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า และการเสื่อมสภาพของปะการังที่ Great Barrier Reef

การประท้วงยังได้กระจายไปยังหลายประเทศในอาฟริกา ยุโรป และอเมริกา รวมทั้งที่นครนิวยอร์ก ที่ซึ่งนักเรียนกว่า 1 ล้านคนจาก 1,800 โรงเรียนในรัฐนิวยอร์ก ได้รับอนุญาตให้ร่วมเดินขบวนครั้งนี้ด้วย

วัยรุ่นหญิงนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 16 ปี เกรต้า ธุนเบิร์ก ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนสหรัฐฯ เป็นผู้ปลุกกระแสการเรียกร้องในครั้งนี้

Greta Thunberg
Greta Thunberg

เกรต้าสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ด้วยการเริ่มประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาสวีเดนร่วมกับเพื่อนนักเรียน เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ต่อมา เธอและเพื่อนนักเรียนได้ประท้วงด้วยการหยุดเรียนอย่างต่อเนื่องทุกวันศุกร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสนใจกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกมากขึ้น ภายใต้การรณรงค์ที่เรียกว่า Fridays For The Future

กระแส #FridaysForFuture ถูกแชร์อย่างแพร่หลายทางอินเทอร์เน็ต ขณะที่การประท้วงหยุดเรียนในวันศุกร์ ถูกนำไปใช้ในหลายโรงเรียนทั่วโลก รวมทั้งในเยอรมนี เบลเยียม อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

ในวันจันทร์นี้ เกรต้า ธุนเบิร์ก มีกำหนดขึ้นพูดที่การประชุมฉุกเฉินของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ณ นครนิวยอร์ก

คาดว่าเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ แอนโตนิโอ กูเตียเรซ จะกระตุ้นให้บรรดาผู้นำโลกเร่งทำตามคำตกลงที่ให้ไว้ในสนธิสัญญากรุงปารีสเมื่อปี ค.ศ. 2015 ว่าด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

XS
SM
MD
LG