ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'อนามัยโลก-ยูนิเซฟ' เผย 130 ประเทศยังไม่เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19


A municipal health worker and an environmental military police officer carry the AstraZeneca/Oxford vaccine as they enter in an Indigenous hut at the the Sustainable Development Reserve of Tupe in the Negro river banks in Manaus, Brazil, Feb. 9, 2021.

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) และกองทุนเด็กของสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (UNICEF) เรียกร้องให้มีการเพิ่มการผลิตวัคซีนโควิด-19 และแจกจ่ายให้ครอบคลุมประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO และ เฮนริเอตตา โฟร์ ผู้อำนวยการบริหารของยูนิเซฟ มีแถลงการณ์ร่วมกันในวันพุธว่า "ขณะนี้ได้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 128 ล้านเข็มทั่วโลก โดยมากกว่า 3 ใน 4 อยู่ใน 10 ประเทศที่มีสัดส่วนมูลค่าผลผลิตมวลรวมคิดเป็น 60% ของจีดีพีทั่วโลก"

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า "จนถึงขณะนี้ ยังมีประเทศทั่วโลกอีกเกือบ 130 ประเทศซึ่งมีประชากรรวมกันราว 2,500 ล้านคน ที่ยังไม่มีการฉีดวัคซีนโควิดแม้แต่เข็มเดียว" และว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะเกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและวิถีของผู้คนทั่วโลกเพราะอาจนำไปสู่การกลายพันธุ์ของไวรัสจนดื้อต่อวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังจะส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างล่าช้าด้วย

เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ ขอร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ มองข้ามเส้นแบ่งพรมแดน และคิดถึงยุทธศาสตร์ด้านวัคซีนที่สามารถยุติการระบาดและจำกัดการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไปพร้อม ๆ กัน รวมถึงการฉีดวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนกลุ่มเสี่ยงในทุกประเทศเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนต่าง ๆ กระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงและแบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนให้แก่บริษัทอื่นเพื่อช่วยในการผลิตวัคซีนป้อนความต้องการทั่วโลกด้วย

และในวันพุธเช่นกัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขผู้ให้คำปรึกษาแก่ WHO ได้จัดทำคำแนะนำให้สามารถใช้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford University) กับประชาชนที่อายุเกิน 65 ปีได้ โดยอ้างอิงจากผลการทดสอบและการศึกษาวัคซีนดังกล่าวในหลายประเทศ ที่ยืนยันว่าปลอดภัยต่อคนกลุ่มอายุมากกว่า 65 ปี

XS
SM
MD
LG