ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทำเนียบขาวพบตัวแทนรัฐบาลเงาเมียนมา


In this Aug. 23, 2021, file photo White House national security adviser Jake Sullivan speaks during the daily briefing at the White House in Washington.

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว เจค ซัลลิแวน ได้ร่วมประชุมแบบออนไลน์กับตัวแทนรัฐบาลแห่งชาติ (National Unity Government – NUG) ของเมียนมาในวันจันทร์ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวที่มีออกมาในช่วงค่ำของวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐฯ ระบุว่า ซัลลิแวน ได้เน้นย้ำกับ ดูวา ลาชิ ลา และ ซิน มาร์ อ่อง ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลเงาของเมียนมาว่า สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนการเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยในเมียนมาต่อไป และยังได้หารือเกี่ยวกับความพยายามที่จะฟื้นฟูการเดินหน้าไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้

นอกจากนั้น ซัลลิแวน ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่กองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรงในการปรามปรามผู้ต่อต้าน พร้อมกล่าวว่า “สหรัฐฯ จะเดินหน้าหาผู้รับผิดชอบต่อการก่อรัฐประหารต่อไป” ด้วย

การประท้วงต่อต้านรัฐประหารและกองทัพในเมียนมาที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทำให้ประเทศทั้งประเทศตกอยู่ในสภาพเหมือนเป็นอัมพาต โดยเจ้าหน้าที่กองทัพนั้นถูกกล่าวหาว่า ดำเนินการอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนและใช้กำลังเกินความจำเป็นต่อพลเรือน ขณะที่ รัฐบาลทหารโทษ “กลุ่มก่อการร้าย” ที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลเงา ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเช่นกัน ผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติด้านเมียนมาที่กำลังจะหมดวาระลง กล่าวว่า การยอมรับรัฐบาลทหารให้เป็นรัฐบาลผู้ปกครองประเทศอย่างถูกต้องนั้น จะไม่ช่วยหยุดยั้งเหตุความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย

นอกจากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่กองทัพเมียนมาจับกุมตัว โค จิมมี่ นักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตย เมื่อเร็วๆ นี้ และกล่าวว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวผู้นี้ต่อไป

ซัลลิแวน และตัวแทนรัฐบาลเงาเมียนมายังได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และประเด็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ ที่จะส่งตรงต่อประชาชนชาวเมียนมาด้วย ตามเนื้อหาในแถลงการณ์ของทำเนียบขาว

XS
SM
MD
LG