ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผู้เชี่ยวชาญเตือน! อินโดนีเซีย-ไทย ผ่อนมาตรการโควิด เสี่ยงยอดกลับพุ่งสูง


This aerial picture shows streets partly deserted in Jakarta on July 3, 2021, as Indonesia imposed a partial lockdown in the capital due to the COVID-19 coronavirus Delta variant. (Photo by BAY ISMOYO / AFP)

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือน ยอดผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในไทยและอินโดนีเซียอาจกลับมาพุ่งขึ้นสูงได้อีกครั้งจากการเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนยังอยู่ในระดับต่ำ ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา สวนทางกับสถานการณ์เมื่อปีที่แล้วที่มีการควบคุมการระบาดได้ดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ

แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ยังคงมียอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูง แต่อินโดนีเซียและไทย ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการนั่งรับประทานอาหารในร้านและห้างสรรพสินค้าเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

เมื่อวันอังคาร อินโดนีเซียมียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 10,534 คน ซึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่ายอดผู้ติดเชื้อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงห้าเท่า ในขณะที่ไทยมียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 14,802 คนเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าช่วงที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 37 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การผ่อนคลายมาตรการนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง เนื่องจากทั้งสองประเทศมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำและการตรวจเชื้อไวรัสที่ไม่ทั่วถึง โดยมีอัตราของผู้ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสสูงกว่าอัตราที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำ 5 เปอร์เซ็นต์ โดนอินโดนีเซียมีอัตราผู้ตรวจพบเชื้อไวรัสที่ 12 เปอร์เซ็นต์ และไทยอยู่ที่ 34 เปอร์เซ็นต์

อภิเชค ริมาล ผู้ประสานงานฉุกเฉินภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ทางองค์กรกังวลถึงการผ่อนคลายมาตรการในขณะที่ทั้งสถานการณ์ในทั้งสองประเทศยังไม่เข้าเงื่อนไขตามที่ WHO แนะนำ โดยเฉพาะเมื่อมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดได้ง่าย และอัตราการฉีดวัคซีนยังอยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้โรคโควิด-19 กลับมาระบาดหนักอีกได้

ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อแล้วทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านคนและมีผู้เสียชีวิตกว่า 133,000 คน นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไวรัส ในขณะที่ไทยมีผู้ติดเชื้อกว่า 1.2 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 11,841 คน

ทั้งสองประเทศมีอัตราผู้ฉีดวัคซีนเข็มแรกที่ราว 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อินโดนีเซียมีอัตราผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว 17 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อัตราของไทยอยู่ทที่ 11 เปอร์เซ็นต์ โดยกรุงจาการ์ตาและกรุงเทพฯ มีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศมาก

ที่กรุงจาการ์ตาและพื้นที่อื่นๆ ในเกาะชวาที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหารในร้านได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ห้างสรรถสินค้าเปิดทำการได้ถึงเวลา 21.00 น. ในขณะที่โรงงานสามารถเปิดทำการได้เต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์

ใขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีการระบาดหนักอื่นๆ 28 จังหวัด ร้านอาหารสามารถเปิดให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหารในร้านได้ราว 50 – 75 เปอร์เซ็นต์ ร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดทำการได้ถึงเวลา 20.00 น.

เดล ฟิชเชอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดอาวุโสที่โรงพยาบาล National University Hospital ของสิงคโปร์ ระบุว่า แม้การผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่การเร่งฉีดวัคซีนประชาชนก็เป็นเรื่องที่ต้องทำเช่นเดียวกัน

(ที่มา: สำนักข่าวรอยเตอร์)

XS
SM
MD
LG