ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักวิเคราะห์ชี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของเวียดนามอาจทำให้การเมืองเวียดนามก้าวถอยหลัง



สมาชิกสภาแห่งชาติเวียดนาม 98% ลงมติให้มีการปรับแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ 1992 โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภากล่าวว่า มติดังกล่าวคือผลจากการหารือเป็นเวลายาวนาน และเป็นสิ่งที่ประชาชนหลากหลายกลุ่มต้องการ

แต่นักวิเคราะห์บางคน รวมทั้งคุณ Phil Robertson แห่งองค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch ระบุว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เนื่องจากจริงๆแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สามารถทำให้ระบบการปกครองของเวียดนามเข้าใกล้กับมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนได้ แต่หลายเรื่องกลับถูกมองข้าม เช่นการทำงานของตุลาการซึ่งมิได้รับการแก้ไขให้มีความเป็นอิสระมากขึ้น นอกจากนี้ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขได้เน้นย้ำถึงบทบาทความสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์ และยังเสริมว่ากองทัพต้องจงรักภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์

คุณ Phil Robertson ชี้ว่า บทที่ 4 ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขซึ่งระบุถึงบทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์นั้น ขัดแย้งกับหลักการสากลด้านสิทธิทางการเมืองและสิทธิของพลเรือน ที่กำหนดว่าประชาชนมีสิทธิพื้นฐานในการเข้าร่วมทางการเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้งอย่างเสรี

นอกจากนี้ บทแก้ไขบางส่วนยังได้กำหนดให้รัฐบาลสามารถยึดที่ดินได้ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือโครงการพัฒนาต่างๆ เพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญฉบับเมื่อปี ค.ศ 1992 ที่ระบุเหตุผลการยึดครองที่ดินไว้เพียงว่า เพื่อประโยชน์แห่งรัฐ

บรรดาสื่อมวลชนในเวียดนามรายงานว่า บทแก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะช่วยสร้างแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับเวียดนามได้ ถึงกระนั้นผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่างชี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่นี้ เป็นการเน้นย้ำว่าพรรคคอมนิวนิสต์เวียดนามต้องมีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างกับประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างมากมายก่อนหน้านี้ ว่าการที่พรรคคอมนิวนิสต์ดำเนินการบริหารจัดการผิดพลาดและปัญหาคอรัปชั่น คือรากเหง้าของปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจในเวียดนามในปัจจุบัน

รายงานจาก Marianne Brown / เรียบเรียงโดย ทรงพจน์ สุภาผล
XS
SM
MD
LG