ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปธน.ทรัมป์ มั่นใจข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือใหม่ช่วยเร่งกระตุ้นศก.สหรัฐฯ


Trump

Business News

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจว่า ข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับแคนาดาและเม็กซิโกจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้มากกว่าข้อตกลงฉบับเก่าที่ใช้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน

ในวันพุธตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามรับรองข้อตกลงการค้าแถบอเมริกาเหนือฉบับใหม่ ที่ชื่อว่า USMCA (United States-Mexico-Canada Agreement) เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ข้อตกลง USMCA เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อปี 2016 ที่รัฐบาลปัจจุบันเชื่อว่าจะสร้างงาน ส่งเสริมความมั่งคั่ง และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สหรัฐฯ ได้มากกว่าข้อตกลง NAFTA ฉบับเดิม

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในระหว่างพิธีลงนามที่ทำเนียบขาวว่า “นี่คือข้อตกลงที่ล้ำหน้าและล้ำสมัย ที่จะช่วยคุ้มครอง ปกป้องและทำประโยชน์ให้แก่ชาวอเมริกัน”

ข้อตกลงกับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับต้นๆ ของสินค้าอเมริกัน รวมกับข้อตกลงการค้าเฟส 1 ที่ สหรัฐฯ ลงนามกับจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญช่วยลดความตึงเครียดที่ชะลอการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงใหม่นี้มาแทนที่สิ่งที่เขาเรียกว่า “ฝันร้าย” ของข้อตกลงฉบับเก่าที่อดีตประธานาธิบดีคลินตันริเริ่ม หลังผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ เจรจาจนสามารถเพิ่มเงื่อนไขให้บริษัทผลิตรถยนต์ต้องจัดหาส่วนประกอบในการผลิตจากภูมิภาคอเมริกาเหนืออย่างน้อย 75% เทียบกับเงื่อนไข 62.5% ภายใต้ข้อตกลง NAFTA ซึ่งหมายถึงการลดการสั่งซื้อชิ้นส่วนราคาถูกจากจีนหรือประเทศอื่นๆ

นอกจากนั้น ข้อตกลง USMCA ยังระบุด้วยว่า อย่างน้อย 40% ของรถที่ผลิตออกมานั้นต้องมาจากพื้นที่ที่จ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่ 16 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งหมายถึงข่าวดีสำหรับแรงงานในสหรัฐฯ และแคนาดา แต่ไม่ใช่แรงงานเม็กซิโกที่ได้ค่าจ้างเพียงเสี้ยวเดียวของอัตรานี้

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Commission) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ให้ความเห็นว่า ข้อตกลง USMCA นี้จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สหรัฐฯ เพียง 6,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.35% ของจีดีพี และสร้างงาน 176,000 ตำแหน่งในช่วง 6 ปีหลังจากมีผลบังคับใช้ ซึ่งเทียบว่าน้อยมากกับมูลค่ารวมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ และแรงงานนอกภาคการเกษตรประมาณ 152 ล้านตำแหน่ง

XS
SM
MD
LG