ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สหรัฐประกาศเพิ่มกำลังทหารและอาวุธที่ฐานทัพในเกาหลีใต้ เพื่อรับมือภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ


กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศเพิ่มกำลังทหารประจำการที่ฐานทัพในเกาหลีใต้เพิ่มอีก 800 คน รวมทั้งเสริมกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เช่น รถยานเกราะ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

คำประกาศของกระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือ Pentagon เรื่องการเพิ่มกำลังทหารประจำการในเกาหลีใต้มีขึ้นขณะที่ รมต.ต่างประเทศสหรัฐ John Kerry พบปะกับ รมต.ต่างประเทศเกาหลีใต้ Yun Byung-se ที่กรุงวอชิงตันในวันอังคาร โดย รมต.Kerry ได้ใช้โอกาสนี้รับรองกับเกาหลีใต้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะให้ความช่วยเหลือเกาหลีใต้ในการรับมือภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ

รมต.ต่างประเทศสหรัฐ John Kerry กล่าวว่า สหรัฐและเกาหลีใต้จะยืนหยัดเคียงข้างกันอย่างแนบแน่นและเข้มแข็ง เพื่อต่อต้านโครงการนิวเคลียร์และจรวดขีปนาวุธนำวิถี ตลอดจนกิจกรรมในลักษณะแพร่กระจายอาวุธอำนาจทำลายล้างสูงของเกาหลีเหนือ รมต.Kerry ยังบอกด้วยว่า ตนและรมต.Yun Byung-se กำลังจับตามองสิ่งที่เกิดขึ้นในเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อกันว่า รมต.Kerry หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในกรุงเปียงยาง รวมถึงข่าวการประหารชีวิตนาย Jang Song Thaek อาเขยของผู้นำ Kim Jong Un และอดีตสมาชิกผู้ทรงอิทธิพลในคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนที่แล้ว

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า การประหารชีวิตนาย Jang Song Thaek อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามรวบอำนาจเบ็ดเสร็จของผู้นำ Kim Jong Un หรืออาจมองได้อีกมุมหนึ่งว่าเป็นความสั่นคลอนทางการเมืองในกลุ่มผู้นำระดับสูงของเกาหลีเหนือ

ด้านนาย Cedric Leighton อดีตทหารประจำกองทัพอากาศสหรัฐที่ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง ระบุว่าการที่ Pentagon ตัดสินใจส่งทหารที่ผ่านสมรภูมิมาแล้วและยุทโธปกรณ์ต่างๆไปประจำการที่เกาหลีใต้มากขึ้นนั้น คือการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลกรุงเปียงยางว่าสหรัฐยังมีพันธกิจในการรักษาความสงบบนคาบสมุทรเกาหลี
อย่างไรก็ตาม นาย Brad Glosserman นักวิเคราะห์แห่งองค์กร Pacific Forum ให้ความเห็นกับ VOA ว่า ตนคิดว่านโยบายทางทหารของสหรัฐที่มีเอเชียเป็นศูนย์กลาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปบ้าง โดยเขาชี้ว่าในช่วงเริ่มต้นของนโยบายสมดุลใหม่ทางการทหาร สหรัฐได้มุ่งความสนใจไปทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า แต่ดูเหมือนว่าเวลานี้สหรัฐกำลังหันกลับไปให้ความสำคัญกับเอเชียตะวันออกอีกครั้ง

นาย Brad Glosserman ยังบอกด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่ารูปแบบที่แท้จริงของนโยบายที่มีเอเชียเป็นศูนย์กลางนี้คืออะไรกันแน่

รายงานจากห้องข่าว VOA / เรียบเรียงโดย ทรงพจน์ สุภาผล
XS
SM
MD
LG