ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมลงมติแผนช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโควิด $900,000 ล้าน


WASHINGTON, DC - DECEMBER 20: Speaker of the House Nancy Pelosi (D-CA) speaks during a press conference on Capitol Hill on December 20, 2020 in Washington, DC.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:52 0:00


รัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งสองสภาเตรียมลงมติในวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐฯ เพื่อรับรองแผนจัดสรรงบประมาณ 900,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณแห่งชาติประจำปีของรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านดอลลาร์

ความตกลงนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาต่อเนื่องหลายสัปดาห์เพื่อหาทางออกเรื่องร่างกฎหมายช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ชุดที่สอง และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ควรบรรจุรวมอยู่ในแผนที่ว่านี้

ภายใต้ร่างกฎหมายที่ตกลงกันได้ ชาวอเมริกันจะได้เงินสนับสนุนระยะสั้น 300 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นมาจากสวัสดิการคนตกงานตามปกติ และผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์ต่อปีจะได้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงอีก 600 ดอลลาร์ ซึ่งจะลดหลั่นไปสำหรับคนที่มีรายได้สูงกว่านั้น

งบประมาณดังกล่าวยังเปิดทางให้มีการอุดหนุนรอบใหม่ต่อธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 และมีการจัดสรรเงินให้กับโรงเรียน รวมถึงผู้ให้บริการด้านสุขภาพและคนเช่าบ้านที่ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าได้จนอาจต้องย้ายออก มูลค่ารวมเกือบ 300,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้มิได้รวมถึงงบประมาณพิเศษสำหรับรัฐบาลส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ในการต่อสู้กับโควิด-19 และเงื่อนไขเรื่องการปกป้องภาคธุรกิจอเมริกันจากการถูกฟ้องร้องในคดีความที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ด้วย

ทางผู้นำพรรคเดโมแครตในรัฐสภา ได้แก่ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงส่วนน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ ต่างกล่าวว่า แผนช่วยเหลือรอบนี้เป็นแค่เพียงก้าวแรกสำหรับมาตรการช่วยเหลือคนอเมริกันและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส พร้อมสัญญาว่าจะมีการผลักดันมาตรการช่วยเหลือชุดใหม่ออกมาอีกในอนาคต

ทางด้านว่าที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวแสดงความยินดีต่อความตกลงในครั้งนี้ และยืนยันว่าทั้งสองพรรคจะต้องร่วมทำงานอีกครั้งในเดือนหน้าหลังจากที่ตนเข้ารับตำแหน่ง เพื่อผลักดันให้มีมาตรการช่วยเหลือคนอเมริกันออกมาอีก

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังมิได้ออกมาแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายชุดใหม่นี้แต่อย่างใด

XS
SM
MD
LG