ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รัฐบาลปธน.ทรัมป์ สัญญาแผนเงินกู้ก้อนโตให้โกดักพัฒนายารักษาโควิด-19


President Donald Trump speaks during a news conference at the White House, July 28, 2020, in Washington.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:24 0:00


รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศแผนใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ เพื่อช่วยเปลี่ยนบริษัทผู้ผลิตฟิล์มถ่ายภาพในตำนาน ให้กลายมาเป็นผู้ผลิตส่วนประกอบยา ซึ่งรวมถึงยาต้านมาลาเรีย ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจว่าสามารถใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้

ในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบข่าวเมื่อวันอังคาร ปธน.ทรัมป์ ยืนยันว่า รัฐบาลได้บรรลุหนึ่งในข้อตกลงที่สำคัญที่สุดของธุรกิจยาของสหรัฐฯ ซึ่งก็คือการใช้อำนาจตามกฎหมายที่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้บ่อยนัก ที่มีชื่อว่า Defense Production Act ในการอนุมัติเงินกู้มูลค่า 765 ล้านดอลลาร์ ให้กับบริษัท โกดัก หนึ่งในผู้ผลิตฟิล์มถ่ายภาพชั้นนำของโลกและมีอายุเก่าแก่ถึง 132 ปี เพื่อเปิดตัวบริษัทแห่งใหม่และทำงานร่วมกับรัฐบาลและผู้ผลิตยาในประเทศ ภายใต้โครงการที่ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่าจะสร้างงานจำนวนหลายร้อยตำแหน่งให้กับชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ในเวลานี้ ยังไม่มีข้อสรุปเบ็ดเสร็จของข้อตกลงที่ว่า

ตามระเบียบปฏิบัติ จะต้องมีการลงนามในหนังสือแสดงเจตนาจ้าง (Letter of Intent) ก่อนจะมีการเจรจาจนถึงขั้นสุดท้าย เพื่อให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของสหรัฐฯ หรือ U.S. International Development Finance Corporation (DFC) ปล่อยเงินกู้ก้อนดังกล่าวให้โกดักได้

ทำเนียบขาวระบุว่า โกดักจะใช้เงินลงทุนก้อนนี้เปิดบริษัทลูกที่เน้นการผลิตยา โดยจะแบ่งกำลังการผลิตราว 25 เปอร์เซ็นต์ไปใช้ในการผลิตยาสามัญ ที่เป็นส่วนประกอบจำเป็นสำหรับกลุ่มยาที่สังเคราะห์ขึ้นและยาที่ไม่ใช่ยาต้านแบคทีเรีย ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของยาที่แพทย์จ่ายให้กับคนไข้ในสหรัฐฯ นั้น เป็นยาสามัญ และปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า ยาที่โกดักจะผลิตนั้นจะมีประสิทธิภาพพอๆ กับยาสามัญชื่อดังหลายตัวแต่ราคาถูกกว่ามาก

ก่อนหน้าที่ ผู้นำสหรัฐฯ จะยืนยันข่าวข้อตกลงกับโกดัก ซึ่งประกาศภาวะล้มละลายไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แอนดรูว์ คูโอโม ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ซึ่งมีรายละเอียดของแผนธุรกิจใหม่ของโกดัก ที่จะมาช่วยให้สหรัฐฯ สามารถจัดหายาให้กับชาวอเมริกันได้ด้วยตนเอง หลังต้องพึ่งพายาจากจีนและอินเดียมาโดยตลอด

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า DFC มีแผนที่จะเจรจาให้โกดักใช้เงินกู้นี้ในการลงทุนในโครงการในต่างประเทศ เพื่อแข่งกับโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน

ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต ตั้งคำถามว่า เหตุใด DFC จึงลงมาเล่นบทบาทส่งเสริมการลงทุนที่เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งไม่ตรงกับหน้าที่ของหน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหรัฐฯ แห่งนี้ที่ทำหน้าที่จัดหาแหล่งเงินทุนให้แก่เอกชนสำหรับโครงการในประเทศกำลังพัฒนา

XS
SM
MD
LG