ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

กลุ่มขวาจัดสุดโต่งในสหรัฐฯ ก่อความรุนแรงเพิ่มขึ้น


Neo-Nazis Rally

ผู้เชี่ยวชาญชี้กลุ่มขวาจัดสุดโต่งในสหรัฐฯ ก่อเหตุรุนแรงเพิ่มเท่าตัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:19 0:00

รายงานของศูนย์วิเคราะห์ยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ต่างประเทศ(Center for Strategic and International Studies) หรือ CSIS ที่ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้ชี้ว่ากลุ่มขวาจัดสุดโต่งในสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเหตุร้ายเหล่านี้เพิ่มขึ้นเท่าตัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมานี้

ศูนย์ CSIS ได้ยกตัวอย่างเหตุชายชาวอเมริกันที่ส่งพัสดุไปรษณีย์บรรจุระเบิดไปป์บอมบ์จำนวนหนึ่งไปให้กับบรรดาเป้าหมายที่เป็นนักการเมืองพรรคเดโมเเครตเเละบรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เเละผลการวิจัยนี้ยังได้อ้างอิงถึงเหตุยิงหมู่ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่โบถส์ศาสนายิวในนครพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย มีคนเสียชีวิต 11 ราย อีกด้วย

เซธ โจนส์ ผู้เขียนรายงานผลการวิจัยนี้กล่าวว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นต้นเหตุให้กลุ่มคนขวาจัดสุดโต่งก่อเหตุเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ โดยปัจจัยเเรก คือการมีใช้อินเตอร์เน็ตเเละสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นโดยกลุ่มคนขวาจัด เช่น กลุ่มนีโอ-นาซี (Neo-Nazis) กลุ่มอธิปไตยของปวงชน (sovereign citizens) และกลุ่มอื่นๆ กลุ่มอธิปไตยของปวงชนหมายถึงกลุ่มที่มีความคิดต่อต้านการปกครองโดยรัฐบาล มุ่งทำร้ายเป้าหมายที่เป็นรัฐบาล คนเชื้อชาติอื่น กลุ่มต่างศาสนาเเละกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามในสหรัฐฯ

เขากล่าวอีกว่าปัจจัยที่สองเกิดจากความเกี่ยวข้องระหว่างกลุ่มขวาจัดกลุ่มต่างๆ เเละคนบางคนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเยอรมนี ยูเครน อิตาลีเเละเเม้เเต่สหราชอณาจักร

โจนส์กล่าวว่าปัจจัยที่สามคือพัฒนาการทางการเมืองบางอย่างในสหรัฐฯ เขากล่าวว่าแม้ความรุนแรงโดยกลุ่มขวาจัดสุดโต่งเริ่มเกิดบ่อยขึ้นตั้งเเต่ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เเต่ก็ได้เพิ่มมากขึ้นถึงเท่าตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตั้งเเต่นายทรัมป์ขึ้นบริหารประเทศ ซึ่งเเสดงให้เห็นว่ากลุ่มขวาจัดสุดโต่งรู้สึกมีพลังมากขึ้น

นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่าบรรยากาศการเมืองในสหรัฐฯขณะนี้เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงโดยคนกลุ่มขวาจัดเพิ่มขึ้นในประเทศ

เดริล จอนห์สัน อดีตนักวิเคราะห์การก่อการร้ายในประเทศที่กระทรวงความมั่นคงเเห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ กล่าวว่านี่เป็นครั้งเเรกที่เขาได้เห็นคนกลุ่มขวาจัดขยายตัวเเละเติบโตภายใต้การบริหารของรัฐบาลที่นำโดยพรรครีพับลิกัน

เขากล่าวว่ากลุ่มเอียงขวาสุดโต่งมักออกมาเคลื่อนไหวบ่อยหากประเทศบริหารโดยรัฐบาลพรรคเดโมเเครตเพราะกลัวการอนุมัติกฏหมายควบคุมอาวุธปืน การเพิ่มสิทธิ์ให้แก่คนกลุ่มน้อย การเพิ่มภาษี สิทธิ์ในการทำแท้ง ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิ์ของคนเข้าเมือง

ในปี ค.ศ 2017 มีเหตุก่อการร้ายถึง 65 ครั้งในสหรัฐฯ ตามรายงานของ Global Terrorism Database ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับชาติเพื่อศึกษาการก่อการร้ายและการรับมือในสหรัฐฯ ที่มหาวิทยาลัยแมรี่เเลนด์

รายงานนี้ชี้ว่าการก่อเหตุ 37 ครั้งจาก 65 ครั้งเป็นฝีมือของคนหัวเอียงขวาสุดโต่ง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสำคัญมากที่รัฐบาลสหรัฐฯ เเละภาคเอกชนร่วมมือกันในการจัดการกับการใช้สื่อทางออนไลน์ของกลุ่มขวาจัดสุดโต่งในการเคลื่อนไหวเเละทำกิจกรรม

โจนส์กล่าวว่าหากมีใครก็ตามที่มีบัญชีเฟสบุค ทวิตเตอร์ หรือสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ที่ละเมิดกฏการใช้งานของบริษัทเหล่านี้ บัญชีของคนเหล่านี้ควรถูกปิดหรือมีการลบข้อความและวิดีโอที่เผยเเพร่

จอห์นสัน อดีตนักวิเคราะห์เเห่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯเห็นด้วยว่าภาคเอกชนสามารถเข้ามาทำหน้าที่ทดแทนในช่องโหว่นี้ได้เพื่อสอดส่อง เป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวังการก่อการร้ายภายในประเทศ

ในปี 2016 รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบาม่า ร่วมมือกับภาคเอกชนในโครงการต่อต้านข้อความจากกลุ่มก่อตั้งรัฐอิสลามหรือ IS ทางสื่อสังคมออนไลน์เเละทางอินเทอร์เน็ต

โจนส์กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าความร่วมมือแบบเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้รับมือกับกลุ่มขวาจัดสุดโต่งในสหรัฐฯ ได้ หากมีการประสานงานกันในการกำจัดภาษาที่ส่อถึงความรุนแรง ภาษาที่กระตุ้นให้ใช้ความรุนแรงหรือภาษาในลักษณะใกล้เคียงกันออกจากสื่อสังคมออนไลน์เเละอินเทอร์เน็ต

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG