ลิ้งค์เชื่อมต่อ

มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ห่วง นักศึกษาใหม่ขาดความพร้อมด้านวิชาการเพิ่มขึ้น


Virus Outbreak-College Readiness

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษากล่าวว่า บรรดามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เล็งเห็นถึงจำนวนของนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านวิชาการเพียงพอในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้นเรื่อย ๆ

นักเรียนที่ไม่ได้มีความพร้อมเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องหยุดเรียนกลางคัน ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายในหลายด้าน ตั้งแต่การมีรายได้ในระยะยาวไปจนถึงกำลังแรงงานในประเทศ

แองเจิล โฮป (Angel Hope) จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายโดยได้คะแนนอยู่ในระดับต้น ๆ ของชั้นเรียน แต่ในการทดสอบของมหาวิทยาลัย University of Wisconsin เพื่อประเมินสิ่งที่นักศึกษาใหม่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนมัธยม เขาทำได้แค่เพียงการเดาคำตอบเท่านั้น ซึ่งเหมือนกับว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากการระบาดใหญ่กำลังถาโถมเข้าใส่เขาในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ นักเรียนที่เพิ่งจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหลายแสนคนกำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฤดูใบไม้ร่วงนี้ หลังจากที่ใช้เวลามากกว่าครึ่งหนึ่งของการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในการรับมือกับโรคระบาดใหญ่ นักเรียนเหล่านี้ต้องเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์ ต้องพบกับปัญหาการขาดแคลนครูในสหรัฐฯ และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการใช้ชีวิตในบ้าน

หลายฝ่ายเชื่อว่านักเรียนหลาย ๆ คนเรียนหนังสือไม่ทันเพื่อน เนื่องมาจากการเกิดโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้

อลิสัน แว็กเนอร์ (Allison Wagner) ผู้บริหาร All-In Milwaukee ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินและความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ สำหรับเรียนที่ยากจน ซึ่งรวมทั้งโฮปด้วย กล่าวว่า มีนักเรียนหลาย ๆ คนที่ทำงานนอกเวลาในขณะที่เรียนชั้นมัธยมปลายปีที่แล้ว นอกจากนี้นักเรียนที่ไม่ได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เพราะการขาดแคลนครูยังมีจำนวนมากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งไม่มีทางเลยที่นักเรียนเหล่านี้จะมีความพร้อมด้านวิชาการสำหรับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย

โครงการของแว็กเนอร์ได้เพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยนักเรียนในชั้นเรียนภาคฤดูร้อนในวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ แต่ถึงกระนั้น เธอยังรู้สึกว่าความล้าหลังทางด้านวิชาการนี้จะบีบบังคับให้นักเรียนบางคนต้องใช้เวลามากกว่าสี่ปีในการสำเร็จการศึกษา หรือที่แย่กว่านั้นก็คืออาจจะต้องหยุดเรียนกลางคัน

นักวิจัยกล่าวว่า การเรียนออนไลน์เป็นเรื่องที่ยากสำหรับนักเรียน แม้ว่ายังคงมีความหวังในการอุดช่องว่างด้านการศึกษาสำหรับนักเรียนที่อายุน้อยกว่านั้น แต่สำหรับผู้ที่จบการศึกษาในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าจะมีนักเรียนหลาย ๆ คนที่ต้องตกที่นั่งลำบาก

ปัจจุบัน บรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ไปจนถึงแคลิฟอร์เนียยังได้ขยายโครงการ "Bridge" ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เปิดชั้นเรียนภาคฤดูร้อนสำหรับนักเรียนจากครอบครัวที่ยากจนหรือนักเรียนที่เป็นสมาชิกคนแรกในครอบครัวที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

ที่เมืองฮันซ์วิลล์ รัฐแอละแบมา วิทยาลัยชุมชน Wallace State Community College ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาลในการสร้างโปรแกรม Bridge ในภาคฤดูร้อนเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยนักเรียนสามารถเรียนวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นเวลาสามสัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนซ่อมเสริม ซึ่งชั้นเรียนสำหรับการเรียนซ่อมนั้นมีไว้สำหรับนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในการพัฒนาตัวเองในวิชานั้น ๆ ทางโรงเรียนหวังว่าจะสามารถรับนักเรียนได้มากถึง 140 คน แต่มีเพียง 10 คนเท่านั้นที่ลงทะเบียนในโปรแกรมนี้

ส่วนที่รัฐอื่น ๆ ได้ใช้เงินช่วยเหลือสำหรับการเกิดโรคระบาดใหญ่ของรัฐบาลกลางเพื่อช่วยบรรดามหาวิทยาลัยสร้างโปรแกรมภาคฤดูร้อน อย่างเช่น รัฐเคนตักกี้ได้มอบเงินจำนวน 3.5 ล้านดอลลาร์ให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สำหรับความพยายามในปีนี้

หลายเดือนหลังจากที่ประสบปัญหาในการทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ โฮปได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย University of Wisconsin วิทยาเขตแมดิสันเป็นเวลาหกสัปดาห์ในโครงการ Bridge ภาคฤดูร้อน โดยเขาได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ครอบคลุมถึงสิ่งที่เขาพลาดไปในการเรียนระดับมัธยมปลาย และเขายังสมัครเรียนวิชาแคลคูลัสในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย

นอกจากนี้ โฮป ยังนำทักษะการเรียนในโรงเรียนมัธยมกลับมาใช้ใหม่อีกด้วย เขาเริ่มเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด และทำให้ตัวเองมีความสุขในการเรียนหนังสือ ที่สำคัญที่สุด โฮปกล่าวว่าประสบการณ์ได้เปลี่ยนวิธีคิดของเขา ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขามาโรงเรียนเพื่อที่จะเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อเป็นทางผ่านเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ โฮปเชื่อมั่นว่าตัวเขาเองจะมีความพร้อมสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน

  • ที่มา: เอพี
XS
SM
MD
LG