ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปธน.ทรัมป์ ยืนยันปิดพรมแดนสหรัฐฯ-แคนาดาชั่วคราวสำหรับการเดินทางที่ไม่จำเป็น


สหรัฐฯ และแคนาดาตกลงที่จะปิดพรมแดนระหว่างกันสำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ขณะที่ทั้งสองประเทศเร่งหาทางสกัดกั้นการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ว่า มาตรการปิดพรมแดนสหรัฐฯ-แคนาดานี้ จะมีผลชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ พร้อมยืนยันการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสองประเทศเพื่อนบ้านไว้เป็นปกติ

ปธน.ทรัมป์ยังทวีตข้อความระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเห็นชอบจากรัฐบาลทั้งสองประเทศ

ภายใต้มาตรการล่าสุด พลเมืองของทั้งคู่จะไม่สามารถข้ามพรมแดนได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ข้ามแดนได้จะรวมถึง ผู้มีอาชีพขับรถบรรทุกส่งของและพลเมืองแคนาดาที่ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งของปีอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การปิดพรมแดนถาวรจะส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ เนื่องจากความใกล้ชิดของสองเพื่อนบ้านและการที่แคนาดาซื้อผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่มาจากสหรัฐฯ และส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ประมาณ 75% ของการส่งออกรวม ซึ่งรวมถึงน้ำมันที่ส่งออกถึง 98%

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ประกาศแผนปิดพรมแดนไม่ให้คนที่ไม่ใช่พลเมืองแคนาดา และพลเมืองอเมริกัน รวมทั้งผู้ที่มีสถานะพำนักอาศัยและทำงานอย่างถาวรในสหรัฐฯ (กรีนการ์ด) เข้าประเทศ

นายกรัฐมนตรีทรูโด กล่าวว่า การยกเว้นให้พลเมืองอเมริกันและผู้ถือกรีนการ์ดเข้าแคนาดาได้ แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แทบจะหล่อหลอมรวมกันนั่นเอง

รองนายกรัฐมนตรีแคนาดา คริสเทีย ฟรีแลนด์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรมแดนระหว่างทั้งสองนั้นมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งสองฟากฝั่ง และปกติ ผู้คนราว 200,000 คนเดินทางข้ามแดนในแต่ละวัน

อย่างไรก็ดี ชาวแคนาดาจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึง รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐบริติชโคลัมเบีย เอเดรียน ดิกซ์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่อนุญาตให้พลเมืองอเมริกันข้ามแดนมาได้ โดยเฉพาะเมื่ออัตราการติดเชื้อในรัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ติดกันพุ่งสูงมาก

XS
SM
MD
LG