ลิ้งค์เชื่อมต่อ

“รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” ขึ้นมาเป็นแนวคิดกระแสหลักในสังคมอเมริกัน หลังโควิด-19  


Basic universal income
Basic universal income

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เมืองเล็กและเมืองใหญ่ทั่วอเมริกาได้ริ่เริ่มทดลองโครงการ “การันตีรายได้พื้นฐาน” อย่างน้อย 20 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการแจกเงินสดแก่ผู้คนจำนวนหนึ่ง ทำให้มีครอบครัวและประชาชนมากกว่า 5,400 คนเร่ิมได้รับเงินช่วยเหลือ 300 ถึง 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 15,000 – 30,000 บาททุกเดือน

โครงการดังกล่าว พัฒนามาจาก universal basic income หรือ “รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” ซึ่งเป็นแนวคิดที่มองว่าประชาชนทุกคนควรได้รับการประกันว่าพวกเขาจะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน

แนวคิดการให้เงินช่วยเหลือแก่กลุ่มประชาชนทุกเดือนในสหรัฐฯ​ ไม่ได้เป็นแนวคิดสุดโต่งอีกต่อไป แม้แต่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เองก็ได้อนุมัติงบประมาณแจกเงินช่วยเหลือชั่วคราวให้กับชาวอเมริกันจำนวนมากในช่วงการระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม โครงการ "การันตีรายได้พื้นฐาน" นี้ เป็นโครงการที่นำเอาแนวคิด “รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” มาทำให้แคบลง โดยเจาะจงไปที่กลุ่มประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น กลุ่มคนในชุมชนที่ไม่มีการลงทุนในชุมชนนั้นมาเป็นเวลานาน หรือคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น กลุ่มผู้ปกครองผิวดำ ศิลปิน และครอบครัวรายได้ต่ำ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและลดความยากจน

Universal Basic Income (UBI) s written on a table during a session at the World Economic Forum (WEF) annual meeting in Davos, Switzerland January 23, 2018 REUTERS/Denis Balibouse
Universal Basic Income (UBI) s written on a table during a session at the World Economic Forum (WEF) annual meeting in Davos, Switzerland January 23, 2018 REUTERS/Denis Balibouse

แนวคิดในการแจกเงินสดเพื่อช่วยเหลือกลุ่มรายได้ต่ำ เป็นแนวคิดที่นักเศรษฐศาสตร์ นักกฎหมาย และผู้นำชุมชนได้คิดและถกเถียงกันมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนแล้ว

ก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 แนวคิด “รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า” ได้รับความสนใจจากคนอเมริกันอีกครั้งเมื่อผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แอนดรูว์ หยาง เสนอแนวคิด Freedom Dividend ในระหว่างเดินสายหาเสียง ซึ่งเป็นโครงการที่สัญญาว่าจะแจกเงิน 1,000 ดอลลาร์ให้ชาวอเมริกันในวัยผู้ใหญ่ทุกคนเป็นเวลาหนึ่งปี

อย่างไรก็ตามโครงการการันตีรายได้ขั้นพื้นฐานได้รับความนิยมและแรงหนุนอย่างจริงจังในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19

สำนักข่าว NBC News รายงานว่า นครลอสแอนเจลิส และชิคาโก เป็นสองเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่กำลังเตรียมที่จะนำร่องโครงการการันตีรายได้ขั้นพื้นฐานในปี 2022 ที่จะให้เงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ลำบากหลายพันครอบครัวเป็นเวลาหนึ่งปี

โครงการของนครลอสแอนเจลิส ที่ชื่อ BIG:LEAP จะให้เงิน 1,000 ดอลลาร์ แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ 3,200 คนทุกเดือน ในขณะที่ชิคาโกจะให้เงินแก่ 500 ดอลลาร์แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ 5,000 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับการสุ่มคัดเลือก

โครงการการันตีรายได้ขั้นพื้นฐานของสองเมืองนี้จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมี โดยอาศัยแรงหนุนจากความสำเร็จของโครงการนำร่องในเมืองเล็ก ๆ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

A woman sits on downtown Los Angeles' Skid Row, March 6, 2013.
A woman sits on downtown Los Angeles' Skid Row, March 6, 2013.

การเก็บข้อมูลโครงการการันตีรายได้พื้นฐานจากเมืองขนาดเล็กและใหญ่ในสหรัฐฯ พบว่า โครงการดังกล่าวทำให้สุขภาพของคนในครอบครัวดีขึ้น ในเมืองสต็อกตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่นำร่องโครงการดังกล่าวและสิ้นสุดไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่าครอบครัวที่ได้รับเงินช่วยเหลือทุกเดือนมีภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้น ลดความไม่แน่นอนของรายได้ และทำให้เกิดการทำงานเต็มเวลา หรือมีแรงงานเต็มเวลาในตลาดแรงงานมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ โครงการรับรองรายได้ขั้นพื้นฐาน ยังมีการทดลองในประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ เช่น ฟินแลนด์ เคนยา และบราซิล

ตามข้อมูลของการสำรวจจำนวนประชากร พบว่ามีชาวชิคาโก 18.4 เปอร์เซ็นต์ที่ตกอยู่ในภาวะยากจน เมื่อเทียบกับ 18 เปอร์เซ็นต์ของชาวลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าตัวเลขเฉลี่ยของทั้งประเทศที่ 11 เปอร์เซ็นต์

งบประมาณที่ลอสแอนเจลิสและชิคาโกจะนำมาใช้ในโครงการนี้นั้น คิดเป็น ทั้งหมด 69 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในส่วนของลอสแอนเจลิน งบ 11 ล้านได้มาจากการตัดงบประมาณประจำปีของกรมตรวจ สืบเนื่องจากการเรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจหลังจากที่ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำ ต้องเสียชีวิตในระหว่างถูกตำรวจเข้าจับกุม

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์มองว่าโครงการนำร่องเหล่านี้เป็นโครงการที่ทำในเวลาจำกัดและครอบคลุมกลุ่มประชากรขนาดเล็ก จึงทำให้เกิดความกังวลหากมีการนำโครงการลักษณะเดียวกันไปใช้กับกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ และในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีความวิตกกังวลเสมอมาว่า โครงการแจกเงินช่วยเหลือเหล่านี้จะทำให้ผู้คนไม่อยากทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ถึงแม้ว่าการทดลองในประเทศฟินแลนด์จะแสดงให้เห็นว่าไม่เป็นเช่นนั้น แต่ความกังวลว่าผู้คนจะไม่ไปทำงานหากได้เงินฟรีนี้ เป็นความกังวลที่ยากที่จะหักล้างไปได้

หากปี 2021 เป็นปีแห่งการริเริ่มทดลองโครงการ “การันตีรายได้พื้นฐาน” และทำให้ชาวอเมริกันหันมาพูดคุยถึงแนวคิดดังกล่าว ปี 2022 จะเป็นปีที่ทำให้เราได้เห็นว่าโครงการที่ทำกันในระดับท้องถิ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงในระยะเวลาที่จำกัดเหล่านี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับชาติ ในระยะยาวหรือไม่

XS
SM
MD
LG