ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

UNAIDS ระบุจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มารดามีเชื้อเอชไอวี


รายงานชิ้นใหม่ของ UNAIDS ชี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปีที่แล้วมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ล้าน 3 แสนคน ลดลงอย่างระดับเมื่อปี ค.ศ 2001 ราว 33% โดยกลุ่มที่มีอัตราผู้ติดเชื้อไวรัส HIV ที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ลดลงมากที่สุด คือกลุ่มเด็กๆ ซึ่งมีอัตราการติดเชื้อลดลงถึง 52%

คุณ Mahesh Mahalingam หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UNAIDS กล่าวกับ VOA ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีเด็กติดเชื้อ HIV ลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมีสตรีที่ติดเชื้อ HIV จำนวนมากขึ้นที่ตัดสินใจรับยาป้องกันการแพร่เชื้อ HIV จากแม่ไปสู่ลูกที่อยู่ในครรภ์ ปัจจุบันเกือบ 62% ของสตรีที่ตั้งครรภ์และมีเชื้อไวรัส HIV ต่างได้รับยาต้านเชื้อไวรัส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพร้อมเชื้อไวรัสดังกล่าวมีจำนวนลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับเกือบ 500,000 คนต่อปีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เหลือเพียงประมาณ 260,000 คน และหวังว่าตัวเลขนี้จะเหลือ 0 ในช่วง 2 ปีข้างหน้า

รายงานของ UNAIDS ยังบอกด้วยว่า เมื่อปีที่แล้วมีผู้ติดเชื้อ HIV ในประเทศรายได้ระดับกลางและระดับต่ำทั่วโลกราว 9 ล้าน 7 แสนคนที่สามารถเข้าถึงยาต้านไวรัส HIV ได้ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากปี ค.ศ 2011 ทำให้ผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้เชื่อว่า เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษคือการที่ผู้ติดเชื้อ HIV สามารถเข้าถึงยาต้านเชื้อไวรัสได้ถึง 15 ล้านคนภายในปี ค.ศ 2015 นั้น อาจจะประวบความสำเร็จได้

รายงานสถานการณ์โรคเอดส์ทั่วโลกชิ้นนี้ระบุว่า จนถึงช่วงสิ้นปีที่แล้วมีผู้ติดเชื้อ HIV ทั่วโลกไปแล้วประมาณ 35 ล้าน 3 แสนคน ในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้วราว 1 ล้าน 6 แสนคน และประเทศแถบตอนใต้ของทะเลทรายซะฮาร่าในอาฟริกาคือพื้นที่ที่มีประชากรผู้ติดเชื้อ HIV มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 75% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลก รวมทั้งยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดด้วย

ดร. Mahesh Mahalingam แห่ง UNAIDS ระบุว่าประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านการรักษาเยียวยาผู้ติดเชื้อ HIV มากที่สุดคืออาฟริกาใต้ กล่าวคือมีผู้ติดเชื้อในอาฟริกาใต้ที่เข้าถึงยาต้านไวรัส HIV เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูงสุด และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงราว 50% เมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเทศทางยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลางและอาฟริกาตอนเหนือ กลับมีจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่วนในประเทศทางตะวันตกที่เจริญแล้ว กลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อ HIV มากที่สุดคือกลุ่มชายรักเพศเดียวกัน โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราการติดเชื้อในคนกลุ่มนี้ในประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้น เป็นเพราะทัศนคติที่ว่าโรคเอดส์ไม่ใช่โรคที่เป้นแล้วต้องเสียชีวิตในเวลาไม่กี่ปีอีกต่อไป แต่เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่สามารถควบคุมได้ด้วยการทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องไปตลอด ซึ่งทัศนคติแบบนี้ทำให้มีการใช้วิธีป้องกันเชื้อไวรัส HIV น้อยลง

รายงานจาก Lisa Schlein / เรียบเรียงโดย ทรงพจน์ สุภาผล
XS
SM
MD
LG