ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ยูเครนพบ‘ศูนย์ทรมาน’- หลุม 450 ศพในเขตยึดคืนจากรัสเซีย


Mass burial site discovered in Izium

เจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนเปิดเผยว่า มีการพบสิ่งที่เป็นเหมือน “ศูนย์ทรมาน” อย่างน้อย 10 แห่งในพื้นที่ทางภาคตะวันออกของประเทศที่กองกำลังกรุงเคียฟสามารถยึดคืนมาได้จากรัสเซีย โดยคำกล่าวอ้างนี้มีออกมาหลังมีการค้นพบสุสานหมู่ที่มีศพฝังอยู่ราว 450 ศพใกล้ ๆ กับเมืองอิซยุม

มิไคโล โพโดลยัก ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า “นี่คือหนึ่งในสุสานหมู่ที่มีการค้นพบใกล้เมืองอิซยุม” และว่า “ในพื้นที่ที่ถูก(รัสเซีย)ยึดครองไว้ มีเหตุสยอง เหตุรุนแรง และเหตุฆาตกรรมหมู่ไปทั่ว เป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว”

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติเปิดเผยว่า ต้องการส่งทีมไปสืบสวนกรณีสุสานหมู่ที่เพิ่งตรวจพบนี้ และเพื่อประเมินสาเหตุของการเสียชีวิตของคนเหล่านั้น

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งเดินทางไปเยือนพื้นที่เมืองที่ยึดคืนมาได้เมื่อวันพุธ กล่าวว่า พวกรัสเซียนั้นเป็นผู้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

In this photo provided by the Ukrainian Presidential Press Office, Ukrainian President Volodymyr Zelenskyy sings the Ukrainian national anthem during his visit to the city of Izium, Kharkiv region, Ukraine, Sept. 14, 2022.
In this photo provided by the Ukrainian Presidential Press Office, Ukrainian President Volodymyr Zelenskyy sings the Ukrainian national anthem during his visit to the city of Izium, Kharkiv region, Ukraine, Sept. 14, 2022.

ปธน.เซเลนสกี ระบุในการแถลงผ่านวิดีโอเมื่อช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีว่า “รัสเซียได้ทิ้งความตายไว้เบื้องหลังทุกที่ และต้องรับผิดชอบ(ต่อทุกอย่าง)”

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รายหนึ่งกล่าวว่า เหยื่อที่พบในสุสานหมู่นั้นถูกสังหารด้วยการปืนหรือจากการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ ขณะที่ ยูเครนและกลุ่มพันธมิตรยูเครนกล่าวหากองกำลังรัสเซียเป็นผู้ลงมือก่ออาชญากรรมทั้งหมดที่นั่น แต่รัสเซียออกมาปฏิเสธว่า กองกำลังของตนไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีไปยังพลเรือนและไม่ได้ก่ออาชญากรรมใด ๆ ทั้งสิ้น

พันธมิตรรัสเซียเริ่มแสดงความกังวล

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แจ้งต่อปธน.ปูติน ในวันศุกร์ว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาของสงคราม

ขณะที่ ผู้นำรัสเซียยืนยันว่า รัสเซียไม่ได้ถูกโดดเดี่ยว เนื่องจากมอสโกยังมีสายสัมพันธ์กับอินเดียและจีน นายกฯ โมดี ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอด Shanghai Cooperation Organization ที่อุซเบกิสถาน เกี่ยวกับความกังวลต่อปฏิบัติการของรัสเซียในยูเครน

Russian President Vladimir Putin and Indian Prime Minister Narendra Modi attend a meeting on the sidelines of the Shanghai Cooperation Organization summit in Samarkand, Uzbekistan Sept. 16, 2022.
Russian President Vladimir Putin and Indian Prime Minister Narendra Modi attend a meeting on the sidelines of the Shanghai Cooperation Organization summit in Samarkand, Uzbekistan Sept. 16, 2022.

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำอินเดียแจ้งต่อปธน.ปูติน ว่า “ผมรู้ดีว่า ยุคสมัยปัจจุบันนี้ไม่ใช่ยุคสมัยของสงคราม และผมได้แจ้งต่อท่านทางโทรศัพท์เกี่ยวกับประเด็นนี้แล้ว”

ทางฝ่ายผู้นำรัสเซีย ซึ่งเม้มปากขณะฟังนายกฯ อินเดียปราศรัยอยู่ กล่าวว่า มอสโกนั้นกำลังทำทุกอย่างเพื่อให้ความขัดแย้งครั้งนี้ยุติลงให้ได้ พร้อมระบุว่า “ผมเข้าใจจุดยืนของท่านเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน ... ความขัดแย้งที่ท่านกล่าวถึงเสมอ”

เมื่อวันพฤหัสบดี ปธน.ปูติน เอ่ยปากว่า ตนเข้าใจถึงความกังวลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และแสดงความชื่นชมต่อผู้นำจีนต่อ บทบาทที่ “มีสมดุล” บนความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

การสู้รบยังดำเนินต่อไป

ขณะเดียวกัน มีรายงานการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่ที่สนับสนุนฝ่ายรัสเซียในพื้นที่เมืองลูแกนสก์ของยูเครนที่กองทัพมอสโกยึดครองไว้อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นซึ่งหนุนรัสเซียเปิดเผยว่า การโจมตีที่ดำเนินอยู่ได้ทำให้อัยการสูงสุดและรองอัยการของรัฐบาลกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเสียชีวิตลง

นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ของกลุ่มสนับสนุนมอสโกที่ถูกสังหารไปในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ในเมืองท่า เบอร์เดียนสก์ ทางภาคใต้ของยูเครนด้วย

ส่วนสถานการณ์สู้รบในแคว้นเคอร์ซอนทางใต้ของประเทศนั้น รายงานข่าวเปิดเผยว่า มีการยกระดับการโจมตีใส่กัน โดยกองทัพยูเครนอ้างว่า สามารถยึดคืนพื้นที่กลับมาได้เพิ่มในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาด้วย ขณะที่ เจ้าหน้าที่ที่ถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลมอสโกในแคว้นซาปอริห์เชีย กล่าวว่า กองกำลังยูเครนได้โจมตีอาคารรัฐบาลเมืองเคอร์ซอน จนมีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 1 ราย

Ukrainian servicewoman Tetyana Dovgopola is helped by her serviceman husband Andrij Dovgopolyi as she jumps out their squad's BM21 Grad multiple rocket launcher at a position near a frontline in Mykolaiv region, Ukraine, Sept. 16, 2022.
Ukrainian servicewoman Tetyana Dovgopola is helped by her serviceman husband Andrij Dovgopolyi as she jumps out their squad's BM21 Grad multiple rocket launcher at a position near a frontline in Mykolaiv region, Ukraine, Sept. 16, 2022.

ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงเคียฟเปิดเผยว่า กองทัพสามารถยึดคืนอาณาเขตในภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศที่รัสเซียยึดครองไปก่อนหน้านี้ กลับมาได้แล้วกว่า 7,800 ตารางกิโลเมตร นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเป็นต้นมา

อย่างไรก็ดี เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต้ ให้ความเห็นว่า แม้การรุกกลับของยูเครนนั้นจะมีประสิทธิภาพอยู่มาก สถานการณ์นี้ยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าสงครามที่ดำเนินมาหลายเดือนนี้ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้วแต่อย่างใด พร้อมเตือนทุกประเทศให้เตรียมตัวและใจที่จะรับมือกับเรื่องนี้ไปอีกนานด้วย

ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวระหว่างการร่วมประชุมกลุ่มจี-7 (G7) ที่กรุงเบอร์ลินในวันศุกร์ว่า ยูเครนต้องได้ชัยชนะเหนือรัสเซีย พร้อมกล่าวเสริมว่า รัสเซียต้องรับผิดและรับชอบต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วย

ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศมอบความช่วยเหลือด้านอาวุธมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์เพิ่มเติมให้กับยูเครน โดยนี่ถือเป็นการส่งความช่วยเหลือครั้งที่ 21 จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ในรูปของอาวุธยุทโธปกรณ์ ตามข้อมูลจากทำเนียบขาว

ปธน.ไบเดน ใช้อำนาจตามกฎหมาย Presidential Drawdown Authority ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีลงนามอนุมัติการเคลื่อนย้ายอาวุธที่มีเหลือใช้งานออกจากคลังของสหรัฐฯ ได้

และแม้เอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดของการใช้เงิน สำนักข่าวเอพี รายงานว่า งบดังกล่าวรวมความถึงการส่งมอบกระสุนและยุทโธปกรณ์แบบที่เคยช่วยกองกำลังยูเครนเอาชนะฝ่ายรัสเซียในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้มาแล้ว

นับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา สหรัฐฯ ส่งมอบความช่วยเหลือด้านความมั่นคงเป็นมูลค่าถึง 15,100 ล้านดอลลารให้รัฐบาลกรุงเคียฟไปแล้ว

และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คณะกรรมการของสำนักงานพลังงานประมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ภายใต้องค์การสหประชาชาติ มีมติเรียกร้องให้รัสเซีย “ยุติปฏิบัติการทุกอย่างต่อ และที่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริห์เชียและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อื่น ๆ ในยูเครน” แล้ว ตามรายงานของสื่อ Radio Free Europe/Radio Liberty ซึ่งอยู่ภายใต้หน่วยงาน US Agency for Global Media เช่นเดียวกับ วีโอเอ

มติที่ว่านี้ยังระบุว่า การมีกองกำลังทหารเข้ายึดครองโรงงานดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงของอุบัติเหตุด้านนิวเคลียร์อย่างมาก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อประชากรของยูเครน รัฐข้างเคียงและประชาคมโลกด้วย

แต่ผู้แทนของรัสเซียประจำ IAEA ระบุว่า “จุดอ่อนของมตินี้คือ” การที่ มตินี้ไม่ได้มีการพูดถึงการยิงถล่มโรงงานนี้อย่างเป็นระบบเลย

  • ข้อมูลบางส่วนมาจาก เอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์
XS
SM
MD
LG