ลิ้งค์เชื่อมต่อ

'ประธานาธิบดีทรัมป์' ไถ่ชีวิตไก่งวงตามประเพณีช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า


President Donald Trump with first lady Melania Trump, right, and their son Barron Trump, waves after pardoning the National Thanksgiving Turkey Drumstick during a ceremony in the Rose Garden of the White House in Washington, Tuesday, Nov. 21, 2017.
President Donald Trump with first lady Melania Trump, right, and their son Barron Trump, waves after pardoning the National Thanksgiving Turkey Drumstick during a ceremony in the Rose Garden of the White House in Washington, Tuesday, Nov. 21, 2017.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไถ่ชีวิตไก่งวงตามประเพณีของผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าหรือ Thanksgiving ก่อนผู้นำสหรัฐฯ เดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัว

ประธานาธิบดีทรัมป์ จัดงานไถ่ชีวิตในบรรยากาศผ่อนคลายที่ทำเนียบขาว พร้อมด้วยลูกชาย บาร์รอน และภริยา นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง

ไก่งวงที่ได้รับการไถ่ชีวิตปีนี้ชื่อ ‘Drumstick’ น้ำหนัก 21 กิโลกรัม ความกว้างของปีกเมื่อกางเต็มที่ 152 เซนติเมตร

เจ้า ‘Drumstick’ ได้รับเสียงโหวตให้ได้รับการไถ่ชีวิตมากที่สุด คือได้คะแนนประมาณร้อยละ 60 ของการร่วมกิจกรรม 40,000 ราย บนทวิตเตอร์

ไก่งวงเป็นอาหารจานหลักของวันขอบคุณพระคุณเจ้าในสหรัฐฯ แต่ในปี ค.ศ. 1963 สมัยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคเนดี ได้เริ่มพิธีอภัยโทษให้กับไก่งวงขึ้นมา และปฏิบัติต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

สำหรับประวัติของวันขอบคุณพระเจ้านั้น เริ่มต้นขึ้นมาจากต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือเมื่อเกือบ 400 ปีมาแล้ว

คณะนักจาริกแสวงบุญที่เรียกกันว่า พวก pilgrims นิกายศาสนาบริสุทธิ์ หรือ Puritanism ออกเดินทางจากอังกฤษ โดยเรือ Mayflower มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นเมือง Plymouth มลรัฐ Massachusetts

ต่อมาในฤดูใบไม้ร่วงปีรุ่งขึ้น คศ. 1621 หรือ พศ. 2164 หลังจากที่รอดชีวิตจากความอดอยาก โรคภัยไข้เจ็บและอากาศหนาวเย็นในดินแดนใหม่มาได้ครบ 1 ปี หลังเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว พวกพิลกริมส์เลยจัดให้มีงานเลี้ยงฉลองขอบคุณพระเจ้า โดยได้เชิญชาวอินเดียนแดงพื้นเมืองมาร่วมด้วย เนื่องจากว่าชาวอินเดียนแดงเป็นผู้สอนพวกพิลกริมส์ ให้เพาะปลูกข้าวโพดและพืชผลพื้นเมืองอื่นๆ ไว้เป็นอาหารประทังชีวิต

งานเลี้ยงครั้งนั้น ประกอบไปด้วย ไก่งวงป่า เป็ด ห่าน ปลาค้อดและกวาง ไก่งวงจึงกลายมาเป็นอาหารสัญลักษณ์ของวันขอบคุณพระเจ้ามาจนทุกวันนี้

แต่ในชั้นแรกนั้น วันขอบคุณพระเจ้าไม่ได้เป็นวันหยุดที่มีการฉลองกันทั่วประเทศ จนกระทั่งนาง Sarah Josepha Hale บรรณาธิการนิตยสารสตรี Godey's Lady's Book รณรงค์ต่อรัฐสภาสหรัฐ

ในปี คศ. 1863 หรือ พศ. 2406 ประธานาธิบดีลินคอล์นเลยประกาศให้วันขอบคุณพระเจ้าเป็นวันหยุดทั่วประเทศ สืบเนื่องมาจนทุกวันนี้ โดยหน่วยงานรัฐบาลจะปิดทำการทั้งในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่สี่ของเดือนพฤศจิกายน และกว่าจะไปเปิดทำการกันอีกครั้งก็ในวันจันทร์ถัดมา

XS
SM
MD
LG