ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

‘ทรัมป์’ เผย ยินดีประชุมกับ ‘คิม จอง อึน’ อีกครั้ง 


(FILES) In this file photo taken on June 30, 2019, North Korea's leader Kim Jong Un (L) and US President Donald Trump shake hands during a meeting on the south side of the Military Demarcation Line that divides North and South Korea, in the Joint…

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าเขาพร้อมประชุมสุดยอดกับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนืออีกครั้ง แม้ว่าทางเกาหลีเหนือไม่ได้ส่งสัญญานว่าต้องการฟื้นการเจรจาอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ อีกครั้งก็ตาม

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เกรย์ เมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) ว่า เขาเข้าใจดีว่าทางเกาหลีเหนือต้องการให้มีการประชุมอีกครั้ง และการประชุม “อาจจะ” เป็นประโยชน์เนื่องจากตัวเขาเองมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับผู้นำคิม

อย่างไรก็ตาม ควอน จอง กุน เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ระบุกับสำนักข่าวของรัฐบาลเกาหลีเหนือเมื่อวันอังคารว่า เกาหลีเหนือไม่ต้องการนั่งพูดคุยกับทางสหรัฐฯ อีกครั้ง เช่นเดียวกับ โช ซอน ฮุย นักการทูตเกาหลีเหนือ ที่กล่าวเมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ว่า การเจรจาจะไม่มีประโยชน์อะไร เนื่องจากทางสหรัฐฯ เห็นการเจรจาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ กล่าวว่า เขาต้องการเห็นผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือประชุมร่วมกันอีกครั้ง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน

การประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ อาจเป็นหนึ่งในประเด็นที่ สตีเฟน บีกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมาหารือระหว่างการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้เรื่องการขับเคลื่อนการเจรจาอาวุธนิวเคลียร์ในวันพุธ (8 ก.ค.) ที่กรุงโซล แม้ว่านายบีกันจะเคยกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า การพบกันของสองผู้นำก่อนการเลือกตั้งใหญ่สหรัฐฯ อาจเป็นไปได้ยาก เพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19

นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์อาจมีความจำเป็นอื่นที่ต้องทำมากกว่าเรื่องเกาหลีเหนือ ในช่วงที่เขามีเวลาเหลือแค่ 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งโพลหลายสำนักระบุว่าเขายังมีคะแนนตามหลังโจ ไบเดน ตัวแทนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต และประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือก็ไม่ใช่ประเด็นหลักในความคิดของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม หากทรัมป์สามารถเปิดโต๊ะเจรจากับเกาหลีเหนือได้อีกครั้ง ก็อาจช่วยเน้นย้ำถึงความสำเร็จหลักด้านนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ได้

ทั้งนี้ ทรัมป์และคิมพบกันครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่สิงคโปร์ โดยได้ลงนามรับรองว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างสมบูรณ์ ซึ่งแม้เอกสารดังกล่าวจะมีสาระสำคัญน้อยกว่าข้อตกลงสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ฉบับก่อน ๆ แต่นักวิเคราะห์ก็มองว่า การพบกันของทั้งสองจะช่วยเปิดทางให้การเจรจาในภายหลังราบรื่นขึ้น

ผู้นำทั้งสองพบปะกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 แต่ครั้งนี้กลับจบลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากทั้งสองตกลงไม่ได้ว่าจะผ่อนคลายมาตรการลงโทษควบคู่ไปกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือได้อย่างไร

ต่อมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ทั้งสองพบกันเป็นเวลาสั้น ๆ ที่เขตปลอดทหารบริเวณพรมแดนเกาหลีเหนือ-ใต้ และในเดือนตุลาคม สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ก็พบปะกัน แต่ผลเจรจาล้มเหลว โดยทางเกาหลีเหนือได้หยุดเจรจากับสหรัฐฯ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

เกาหลีเหนือไม่พอใจที่สหรัฐฯ ไม่ผ่อนปรนมาตรการลงโทษและไม่ยอมรับรองความมั่นคงให้ในกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่ทางรัฐบาลทรัมป์ต้องการให้ทางเกาหลีเหนือตกลงว่าจะยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดก่อนเป็นอันดับแรก

โดยนับตั้งแต่ทรัมป์กับคิมเริ่มพบเจรจากันครั้งแรก เกาหลีเหนือหยุดการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล แต่ยังคงเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธพิสั้ยสั้นและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า เกาหลีเหนืออาจมีทรัพยากรเพียงพอที่จะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 40 ลูก

XS
SM
MD
LG