ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เปิดตำราหาเสียงของ 'ทรัมป์' เมื่อต้อง 'พลิกโควิดเป็นโอกาส'


A supporter of US President Donald Trump holds a sign to show their support before the vice presidential debate outside Kingsbury Hall at the University of Utah on October 7, 2020, in Salt Lake City, Utah. (Photo by GEORGE FREY / AFP)

ขณะที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนก็จะถึงก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3 พฤศจิกายน คณะหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังปรับเกม หลังผู้นำสหรัฐฯตรวจพบว่าติดโควิด-19 เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว

ที่ผ่านมารัฐบาลอเมริกัน แสดงให้เห็นถึงสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วของประธานาธิบดีืทรัมป์ ที่เดินทางออกจากโรงพยาบาลวอลเตอร์รีด เมื่อวันจันทร์

ในวันพุธผู้นำสหรัฐฯ เริ่มทำงานในช่วงสั้นๆ ที่ห้องทำงานของประธานาธิบดี "Oval Office"

งานที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ทำในวันนั้น รวมถึงการรับทราบความคืบหน้าเรื่องการเจรจากับพรรคเดโมเเครตเกี่ยวกับมาตรการความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่อประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากโคโรนาไวรัส

ตลอดระยะเวลาที่ประธานาธิบดีทรัมป์ พักฟื้นสุขภาพ เขายังคงส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ต่อเนื่อง ทั้งในประเด็นการเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลสูงเอมี โคนี บาร์เรตต์ และยังมีการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง รวมถึงการให้ความมั่นใจต่อประชาชนเกี่ยวกับสุขภาพของตน

เทคนิคการสื่อสารของทรัมป์ ให้ความสำคัญกับความเป็นผู้นำที่เข้มเเข็ง แม้ในยามที่เจ็บป่วย

หลังจากที่เผยแพร่คลิปวิดีโอ ในวันที่เขากลับมาจากโรงพยาบาลคืนวันจันทร์ ผู้นำสหรัฐฯส่งข้อความต่อประชาชนว่าอย่าให้โคโรนาไวรัสมาควบคุมการดำเนินชีวิต

และในวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในวันพุธ ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่าความเจ็บป่วยของเขาคือ "พรจากพระเจ้า" เขาบอกด้วยว่ายาที่เขาได้รับช่วยให้เขาเเข็งแรงขึ้นมาก จนเรียกได้ว่า "เป็นยารักษา" อาการป่วยของเขา

นักวิเคราะห์ นอร์แมน ออร์นสไตน์ แห่งสถาบัน American Enterprise Institute กล่าวว่า "ทรัมป์พยายามแสดงให้คนเห็นว่าเขาเป็นซูเปอร์แมน" ที่กำลัง "ปราบไวรัส ขณะที่เขาลดความสำคัญเรื่องภัยอันตรายถึงชีวิตของไวรัส เพื่อที่จะทำให้ภาพของการทำงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลดูดีขึ้น"

ผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์เห็นว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังพยายามต่อสู้กับสิ่งท้าทายนี้อย่างสุดความสามารถ

เมอร์เซเดส ชแลปป์ ที่ปรึกษาของคณะหาเสียงของทรัมป์ กล่าวกับช่อง Fox News ในวันจันทร์ว่า "เราจะไม่ยอมแพ้เหมือนโจ ไบเดน" อดีตประธานาธิบดีอเมริกันซึ่งเป็นตัวแทนพรรคเดโมเเครต ในการเเข่งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากทรัมป์

ชแลปป์ ชี้ให้เห็นด้วยว่าเวลานี้ การพักฟื้นสุขภาพของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นไปด้วยดี

นายเเพทย์ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าววันพุธว่าอาการต่างๆของโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นระดับอ็อกซิเจนในเลือด และอัตราการทำงานของระบบทางเดินหายใจ อยู่ในเกณฑ์ปกติ

อิริน เพอร์ริน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารมวลชนของคณะหาเสียงของทรัมป์ บอกกับช่อง Fox News ในวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีประสบการณ์ตรงในการต่อสู่กับโควิด-19 ซึ่งเป็นสิ่งที่โจ ไบเดนไม่มี

อะแมนดา อิววิโน นักวางยุทธศาสตร์ให้พรรครีพับลิกัน จากบริษัท WPA Intelligence กล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องให้เปรียบให้เห็นว่าการต่อสู้กับโคโรนาไวรัสของตนก็ไม่ต่างจากการต่อสู้โรคนี้ของประเทศ และคณะหาเสียงของทรัมป์ก็สามารถใช้ประสบการณ์ของทรัมป์ เชื่อมต่อกับความรู้สึกของคนที่เคยป่วยด้วยโรคนี้ หรือมีญาติและเพื่อนสนิทที่ต้องต่อสู้กับโรคเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 4 ปีก่อน โดนัลด์ทรัมป์ชนะนางฮิลลารี คลินตันคู่แข่ง โดยเขาได้คะเเนนเสียงในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่าฮิลลารี คลินตัน 7 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนโดย โพลล์ของ NBC/Wall Street Journal poll เมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นว่าความนิยมในตัวไบเดน ในกลุ่มผู้สูงอายุ อยู่ในระดับสูงกว่าทรัมป์ถึงร้อยละ 27

ศาสตราจารย์ เจนนิเฟอร์ เมอร์เซกา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารแห่งมหาวิทยาลัย Texas A&M University กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการแสดงให้เห็นว่าตนสามารถเอาชนะไวรัสได้ และอาจทำให้คนลดความกังวลเรื่องโควิด-19 เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

อย่าวไรก็ตามนักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า แนวทางนี้อาจโน้มน้าวใจคนได้ยาก เพราะมีคนที่ทำงานให้กับประธานาธิบดี ที่ทำเนียบขาวและคณะหาเสียง อย่างน้อย 11 รายติดโคโรนาไวรัส

นอกจากนั้น วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน 3 ราย ที่ร่วมงานที่ทำเนียบขาววันที่ 26 กันยายน ก็ติดไวรัสนี้เช่นกัน และมีบุคคล 11 รายที่เกี่ยวข้องกับการโต้อภิปรายระหว่างทรัมป์และไบเดนรอบเเรก เมื่อวันที่ 29 กันยายน ติดโควิด-19 แล้วเช่นกัน

สำหรับอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งถูกตรวจว่าไม่ติดโคโรนาไวรัส เขาใช้เเนวทางที่ระมัดระวังในการกล่าวถึงการล้มป่วยของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ไบเดนกล่าวว่า "ใครก็ตามที่กล่าวว่า หน้ากากไม่สำคัญ และการเว้นระยะห่างไม่สำคัญ ผมคิดว่าคนๆนี้ก็ต้องรับผิดชอบกับผลลัพธ์ที่ตามมา"

จอห์น ฟอเตียร์ ผู้อำนวยการศูนย์ Bipartisan Policy Center กล่าวว่าคณะหาเสียงของโจ ไบเดน ไม่ควรใช้ความเจ็บป่วยของทรัมป์ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตน

ฟอเตียร์ คาดว่าจะมีเพียงแค่การแสดงความปรารถณาดีจากไบเดนให้ประธานาธิบดีทรัมป์หายในเร็ววัน และเพียงแต่รอดูว่าสถานการณ์จะสร้างข้อจำกัดอย่างไรบ้างต่อการหาเสียงและดีเบตต่อไปจากนี้

XS
SM
MD
LG