ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักประชากรศาสตร์เตือนเกาหลีใต้ว่าจะสูญพันธุ์ถ้าไม่เพิ่มอัตราการเกิด


please wait

No media source currently available

0:00 0:03:42 0:00
Direct link

นักประชากรศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Oxford ในอังกฤษเตือนว่า ชาวเกาหลีใต้อาจสูญพันธุ์ ถ้าไม่เพิ่มอัตราการเกิดให้สูงกว่าที่เป็นอยู่

สำนักวิจัยของสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ กล่าวว่า ถ้าผู้หญิงเกาหลีไม่เพิ่มการมีบุตร ในอีก 700 กว่าปีข้างหน้า จะไม่มีชาวเกาหลีเหลืออยู่ในประเทศอีกต่อไป

อัตราการเกิดสำหรับผู้หญิงเกาหลีทุกคน เฉลี่ยแล้วเท่ากับ 1.19 และการวิจัยของสำนักวิจัยคาดการณ์ว่า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง อีก 100 กว่าปีข้างหน้า ประชากรเกาหลีใต้จะลดลงจาก 50 ล้านคน ลงไปอยู่ที่ 10 ล้านคน อีกเกือบ 200 ปีต่อไปจะเหลือเพียง 3 ล้านคน และต่อจากนั้นอีกราวๆ 500 ปี ก็จะสูญพันธุ์เลย

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หนังสือพิมพ์ Chosun Ilbo ในเกาหลีใต้รายงานว่า เมื่อราวๆ 8 ปีที่แล้ว นักประชากรศาสตร์ David Coleman ของมหาวิทยาลัย Oxford มีคำเตือนออกมาว่า เกาหลีใต้อาจเป็นประเทศแรกที่ประชาชนจะสูญพันธุ์

ยังมีอีกหลายประเทศในเอเชียและยุโรปที่อัตราการเกิดกำลังลดลง แม้จะยังไม่ลดลงไปต่ำเท่ากับเกาหลีใต้ อัตราการเกิดของญี่ปุ่นเวลานี้อยู่ที่ 1.4 และของเยอรมนีอยู่ที่ 1.43 เท่านั้น

การที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะมีปัญหากับอัตราการเกิดต่ำมากกว่าประเทศอื่นๆ ก็เพราะทั้งสองประเทศนี้มีผู้อพยพเข้าไปแทนที่ประชากรของประเทศที่ลดจำนวนลง น้อยกว่าที่อื่นๆ

เกาหลีใต้ยังมีปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย Chosun Ilbo อ้างรายงานการศึกษาของ Korea Institute for Industrial Economics and Trade ที่คาดการณ์ว่า สมรรถภาพในการแข่งขันของชาวเกาหลีใต้ เปรียบเทียบกับของประเทศอื่นๆ อีก 28 ประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือย่อๆ ว่า OECD ด้วยกันนั้น จะถูกลดอันดับจากที่ 17 ลงไปอยู่ที่ 21 ในอีกราวๆ 15 ปีข้างหน้า

สาเหตุสำคัญของการลดอันดับดังกล่าว คือการที่เกาหลีใต้มีประชากรในวัยทองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ มีเด็กเกิดใหม่น้อย และในที่สุด รัฐบาลจะต้องเพิ่มอัตราภาษี เพื่อนำไปใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศอ่อนแอลง

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ในอเมริกา ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เกาหลีใต้เริ่มชักชวนให้ผู้หญิงมีลูกน้อยลงในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1960 หรือกว่า 50 ปีที่แล้ว ประธานาธิบดี Park Chun-Hee เป็นผู้นำประเทศในเวลานั้น และประธานาธิบดี Park Guen-hye ผู้นำคนปัจจุบันซึ่งไม่มีลูก เป็นลูกสาวคนโตของประธานาธิบดี Park Chun-Hee

XS
SM
MD
LG