ลิ้งค์เชื่อมต่อ

"มหาวิทยาลัยไม่มีชั้นเรียน" กำลังเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ


Laurel Ranticelli looks at her University of Massachusetts online class information, Tuesday, July 1, 2008, at her home in Springfield, Mass.
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:56 0:00

ปัจจุบัน ชาวอเมริกันนิยมเรียนมหาวิทยาลัยออนไลน์ที่เรียนด้วยตัวเอง เนื่องจากจบการศึกษาได้เร็วเเละประหยัดค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียน

WGU เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนไม่หวังผลกำไรที่สอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีเเละปริญญาโท หลักสูตรของมหาวิทยาลัยเเห่งนี้ได้รับการอนุมัติโดยหน่วยงานด้านการศึกษาที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง โดยได้รับการรับรองผ่านระบบที่เรียกว่าการเรียนที่ขึ้นอยู่กับความสามารถ หรือ CBE

นักศึกษาในระบบ CBE อย่างที่มหาวิทยาลัย Western Governors เลือกเรียนหลักสูตรกลางเหมือนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยดั้งเดิม เพียงเเต่เเทนที่จะเข้าเรียนวิชาต่างๆ ที่สอนโดยอาจารย์หรือผู้ช่วยอาจารย์ นักศึกษาของ WGU จะเรียนด้วยตัวเอง

ระบบการศึกษาแบบ CBE นี้บังคับให้นักศึกษาแสดงผลการเรียนที่บ่งบอกถึงความเข้าใจในสิ่งที่เรียน หรือมีความสามารถตามที่หลักสูตร

นักศึกษาต้องพิสูจน์ว่ามีความสามารถที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เลือกเรียนเเละต้องเรียนเองโดยใช้ความรู้ที่มีอยู่เเล้วเกี่ยวกับวิชานั้นๆ นักศึกษายังต้องเข้าสอบเพื่อวัดผลการศึกษาปลายภาค เเละเมื่อสอบผ่านเเละมีความรู้ความสามารถตามข้อกำหนดของหลักสูตร นักศึกษาก็จะได้รับปริญญาบัตร

มาร์นี่ เบคเคอร์ สไตน์ (Marni Baker Stein) กล่าวว่า ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Western Governors University ในปี ค.ศ. 1997 รู้ว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อวิธีเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาที่แตกต่างไปจากเดิม

สไตน์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการที่มหาวิทยาลัย WGU บอกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาแนวใหม่ซึ่งต่างจากนักศึกษาแบบดั้งเดิมมากจำนวนขึ้นที่เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา หลายคนตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยเมื่ออายุมากเเล้ว แทนที่จะเรียนต่อทันที่หลังเรียนจบมัยธมปลายอย่างที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่นิยม บางคนเป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เลิกเรียนกลางคัน จึงไม่ได้รับปริญญาบัตร

ในสหรัฐฯ มหาวิทยาลัยส่วนมากดำเนินการโดยมีกำหนดระยะเวลาชัดเจน การเรียนจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อนเเละเสร็จสิ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิทุกปี

ปฏิทินของปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยจะเเบ่งออกเป็น 2-3 เทอมการศึกษา เเต่ละเทอมยาวนานประมาณ 15 สัปดาห์

สไตน์ย้ำว่า ตามหลักสูตรในระบบ CBE นักศึกษาสามารถเริ่มเรียนเมื่อไรก็ได้ตามต้องการ หากนักศึกษาตั้งใจเรียนก็สามารถเรียนจบวิชานั้นๆได้ทันที่หลังจากสอบผ่านการวัดผลปลายภาค ซึ่งหมายความว่านักศึกษาสามารถเรียนจบได้ปริญญาบัตรเร็วกว่านักศึกษาเเบบดั้งเดิม

นักศึกษาของมหาวิทยาลัย WGU ไม่ต้องนั่งเรียนในชั้นเรียนกับอาจารย์ผู้สอนเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ Stein บอกว่า วิชาเเต่ละวิชามีผู้สอนหนึ่งถึงสองคนซึ่งจะสื่อสารกับนักศึกษาผ่านทางอินเตอร์เน็ท ผู้สอนเหล่านี้จะเเนะนำนักศึกษาในการเรียนด้วยตัวเองเเละเสนอความช่วยเหลือหากนักศึกษาต้องการ นอกจากนี้ยังมีสื่อการเรียนมากมายที่จะช่วยนักศึกษาเรียนด้วยตัวเองได้ดีขึ้น

สไตน์กล่าวอีกว่า นักศึกษาของมหาวิทยาลัย WGU มีตัวแทนมหาวิทยาลัยที่ให้ความช่วยเหลือนักศึกษาตลอดหลักสูตร และจะติดตามความคืบหน้าของนักศึกษาเเละช่วยดูว่านักศึกษาเลือกเรียนวิชาถูกต้อง

มหาวิทยาลัย Western Governors รายงานว่า ให้บริการเเก่นักศึกษามากกว่า 113,000 คน ทั้งในสหรัฐฯ เเละในต่างประเทศ เเละการเรียนตามระบบ CBE กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ

หลักสูตรการเรียนในระบบ CBE ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆหลายอย่าง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคแก่นักศึกษาด้วยการช่วยให้เข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรเหล่านี้อนุญาตให้นักศึกษาเรียนได้เร็วขึ้นหากทำได้ ซึ่งช่วยนักศึกษาประหยัดเงินเพราะใช้เวลาน้อยลงในการเรียนให้จบจนได้ปริญญาบัตร

อย่างไรก็ตาม นักการศึกษาบางคนมีความกังวลเกี่ยวกับคุณค่าของหลักสูตรการศึกษาที่ระบบ CBE มีให้เลือกเรียน

โจแฮน นีม (Johann Neem) ศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์สหรัฐฯเเละนโยบายอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัย Western Washington University ในเบลลิงตัน รัฐวอชิงตัน เเย้งว่า จุดประสงค์ของอุดมศึกษาไม่ได้เเค่การช่วยให้นักศึกษาได้รับปริญญาบัตรเท่านั้น เเต่ควรสอนนักศึกษาให้รู้จักใช้ความคิดชั้นสูงเเละเข้าใจเนื้อหาวิชาที่เรียนอย่างถ่องเเท้ เเละเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับวิชาอื่นๆ อย่างไร ซึ่งนี่จะช่วยให้นักศึกษานำความรู้ที่ได้ไปใช้งานได้ดีขึ้น

เขากล่าวว่า นักศึกษาต้องเรียนผ่านการค้นคว้า การคิด ความผิดพลาด รับฟังความคิดเห็น ต้องดิ้นรนใช้ความพยายาม ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาเเละต้องสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น

เขากล่าวเสริมว่า คุณภาพของการเรียนในระบบนี้อาจจะด้อยกว่าระบบทั่วไป แทนที่จะสนับสนุนการศึกษาในระบบ CBE นี้ ผู้ออกนโยบายและนักการศึกษาควรหาหนทางปรับปรุงการเข้าถึงการศึกษาขั้นสูง เเละลดค่าใช้จ่ายของการศึกษาระดับอุดมศึกษาระบบดั้งเดิมลง

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG