ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'ซาอุฯ' เร่งฟื้นการผลิตน้ำมันดิบหลังถูกโดรนโจมตีแหล่งน้ำมันสำคัญ


A picture taken on Sept. 15, 2019 shows an Aramco oil facility near al-Khurj area, just south of Riyadh.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:25 0:00

ซาอุดิอาระเบียกำลังเร่งฟื้นฟูความสามารถในการผลิตน้ำมันดิบที่แหล่งน้ำมันสำคัญหลายแห่ง หลังจากที่เกิดการโจมตีทางอากาศจากเครื่องบินโดรนไม่ทราบสัญชาติิ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันของซาอุฯ ลดลงราวครึ่งหนึ่ง

การโจมตีด้วยจรวดที่ถูกยิงมาจากโดรน เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ทำลายแหล่งผลิตน้ำมันหลายแห่งของซาอุดิอาระเบีย และคาดว่าทำให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบของซาอุฯ ลดลงราว 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเกือบ 6% ของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลก

รายงานยังค่อนข้างสับสนเกี่ยวกับกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แม้ว่ากลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนได้ออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบแล้วก็ตาม

โฆษกของกลุ่มกบฎฮูตี แถลงว่า ทางกลุ่มได้ใช้โดรน 10 ลำ โจมตีสถานที่ผลิตน้ำมันหลายแห่งของซาอุฯ เพื่อตอบโต้ที่ซาอุฯ โจมตีใส่กลุ่มฮูตีในเยเมนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ พอมเพโอ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน โดยระบุในสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัฐบาลกรุงเตหะรานอยู่เบื้องหลังการโจมตีในซาอุฯ เกือบ 100 ครั้ง ในขณะที่ผู้นำอิหร่านมักชอบแสดงตัวว่าสนับสนุนแนวทางทางการทูต

รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า ไม่มีหลักฐานชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวมาจากกลุ่มกบฎในเยเมน แต่ทั้งนี้ รมต.พอมเพโอ ก็ไมิได้แสดงหลักฐานใดๆ สนับสนุนคำกล่าวอ้างว่าการโจมตีนั้นมาจากอิหร่านเช่นกัน ในขณะที่ทางการอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวหาของ รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ แล้ว

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนบางแห่งในอิรักรายงานว่า การโจมตีนั้นมาจากอิรัก ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตน้ำมันของซาอุฯ ที่ถูกโจมตีมากกว่าเยเมน แต่รัฐบาลอิรักก็ปฏิเสธรายงานชิ้นนี้ พร้อมบอกว่า หากพบว่าจรวดนั้นถูกยิงจากดินแดนของอิรักจริง จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษขั้นเด็ดขาด

ทางด้านซาอุดิอาระเบียยังมิได้เจาะจงว่าเป็นกลุ่มใดที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีแหล่งน้ำมันของตน แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ผู้นำรัฐบาลซาอุฯ กล่าวว่าจะตอบโต้ต่อการกระทำในลักษณะก่อการร้ายนี้

หลายสิบปีที่ผ่านมา ซาอุฯ ซึ่งปกครองโดยชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ เกิดการกระทบกระทั่งกับอิหร่านซึ่งปกครองโดยชาวมุสลิมนิกายชีอะห์มาโดยตลอด เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในตะวันออกกลาง รวมทั้งการทำสงครามตัวแทนในเยเมนระหว่างกองกำลังที่นำโดยซาอุฯ กับกลุ่มกบฎฮูตีที่อิหร่านเป็นผู้สนับสนุน

การสู้รบระหว่างกลุ่มฮูตีกับกองกำลังที่นำโดยซาอุฯ เพื่อแย่งชิงการปกครองเยเมน เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2014 และยืดเยื้อมาจนถึงขณะนี้ ทำให้มีประชาชนบริสุทธิ์เสียชีวิตหลายพันคน ชุมชนและสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งโรงพยาบาล ถูกทำลายไปมากมาย

ยังไม่แน่ชัดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าที่รัฐบาลซาอุฯ จะสามารถผลิตน้ำมันชดเชยปริมาณที่หายไปได้ แต่นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบโลกจะเพิ่มขึ้นราว $3 - $5 ต่อบาร์เรล หลังเปิดตลาดในวันจันทร์นี้

อีกด้านหนึ่ง สถานทูตซาอุฯ ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับเจ้าชาย บิน ซัลมาน แห่งซาอุฯ และเสนอความช่วยเหลือด้านความมั่นคงให้กับรัฐบาลกรุงริยาดห์

ด้านที่ปรึกษาทำเนียบขาว เคลลีแอนน์ คอนเวย์ กล่าวกับ Fox News Sunday ว่า กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ อาจตัดสินใจนำปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ออกมาขายเพื่อพยุงเสถียรภาพของปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลก

XS
SM
MD
LG