ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รัสเซียจับมือลาว เร่งเคลียร์ทุ่นระเบิดเพื่อสร้างสนามบินที่จังหวัดเชียงขวาง


please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:29 0:00


รัสเซียเป็นประเทศผู้ขายอาวุธรายใหญ่ให้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1975 ซึ่งมีการตั้งรัฐบาลสังคมนิยมขึ้นในลาว และล่าสุดผู้สื่อข่าวของ Radio Free Asia รายงานว่า รัสเซียมีแผนจะสร้างสนามบินในจังหวัดเชียงขวางเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งทางทหารและในทางพลเรือนด้วย

ผู้สื่อข่าวของ Radio Free Asia ในลาว ซึ่งอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลในจังหวัดเชียงขวาง รายงานว่า ทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดของรัสเซียได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายลาวตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมปีที่แล้วเป็นต้นมาเพื่อเคลียร์พื้นที่ราว 3,000 ไร่ในจังหวัดเชียงขวาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะสร้างสนามบินแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณใกล้กับทุ่งไหหินของจังหวัดดังกล่าว

สนามบินที่จะสร้างใหม่ให้ใหญ่ขึ้นและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นนี้ส่วนหนึ่งจะถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางทหารสำหรับกองทัพลาวและกองทัพรัสเซีย และอีกส่วนนั้นจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางพลเรือน

นอกจากเรื่องการสร้างสนามบินที่จังหวัดเชียงขวางแล้ว Radio Free Asia ยังรายงานด้วยว่ารัสเซียจะขยายความร่วมมือด้านอื่นกับลาวซึ่งก็รวมถึงเรื่องการฝึกอบรมกองทัพลาวเพื่อใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียและการสอนเทคนิคด้านการทหารให้กับกองทัพลาวด้วย

ตั้งแต่ปีค.ศ. 1975 เป็นต้นมา รัสเซียนับเป็นผู้ขายอาวุธรายใหญ่ให้กับลาว และความร่วมมือล่าสุดนี้ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมอสโกที่จะเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารให้กับรัฐบาลกรุงเวียงจันทน์ รวมทั้งยังสะท้อนถึงความตั้งใจของรัสเซียที่จะขยายความร่วมมือทางทหารกับประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน

ในปี 2018 รัฐบาลลาวได้สั่งซื้อเครื่องบินขับไล่สี่ลำรุ่น Yak-130 จากรัสเซีย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีของลาวเดินทางไปเยือนกรุงมอสโก ต่อมาในปี 2019 ทั้งสองประเทศก็ได้ตกลงขยายความร่วมมือทางทหารเพิ่มขึ้นอีกหลายด้าน

และเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รัฐบาลลาวได้เปิดเผยแผนที่จะสร้างรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบินนิรนามของสหภาพโซเวียตเดิมสองนายผู้เสียชีวิตในลาวเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ขณะที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในลาวเพื่อช่วยฝึกสอนนักบินของกองทัพอากาศลาว โดยนักบินทั้งสองได้เสียชีวิตหลังจากที่เครื่องบินฝึกบินตกในจังหวัดเชียงขวาง

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินราว 775,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 24 ล้านบาท ถูกต่อต้านจากชาวลาวที่เห็นว่าทางรัฐบาลควรนำเงินดังกล่าวไปใช้เพื่อช่วยผู้คนให้ฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด-19 มากกว่า

แต่นอกจากความช่วยเหลือด้านการทหารแล้ว ในช่วงหลายปีหลังนี้มอสโกก็ได้ให้ความช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ ต่อเวียงจันทน์ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำนักข่าว Tass รายงานว่า รัสเซียตกลงจะมอบวัคซีน Sputnik V จำนวน 2 ล้านโดสให้กับลาวซึ่งก็จะช่วยให้ลาวสามารถใช้ฉีดเพื่อสร้างภูมิต้านทานโควิด-19 ให้กับประชากรของตนได้ราว 25%

XS
SM
MD
LG