ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อดีตปธน.โร แท-วู แห่งเกาหลีใต้ ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 88 ปี


FILE - Former South Korean president Roh Tae-woo steps out of a limousine to talk to the press at the gate of the Seoul Detention House in Seoul, Dec. 22, 1997 shortly after being released from serving a prison sentence.

อดีตประธานาธิบดี โร แท-วู แห่งเกาหลีใต้ ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อรัฐประหารในปี ค.ศ. 1979 ก่อนจะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศจากชัยชนะในการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และยุติชีวิตทางการเมืองในเรือนจำ ถึงแก่อสัญกรรมในวันอังคาร ในวัย 88 ปี ตามรายงานของสำนักข่าว เอพี

อดีตปธน.โร ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้ระหว่างปี ค.ศ. 1988 และ 1993 ถึงแก่อสัญกรรมจากภาวะแทรกซ้อนของอาการป่วยด้วยหลายโรค หลังมีอาการทรุดหนักจากโรคเสื่อมถอยของร่างกาย ตามข้อมูลของ คิม ยอน-ซู ผู้บริหารโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล (Seoul National University Hospital)

อดีตผู้นำเกาหลีใต้ผู้นี้ เป็นผู้เข้าร่วมการก่อรัฐประหารของประเทศในปี ค.ศ. 1979 ที่ปะทุขึ้น หลัง ปาร์ค จุง-ฮี ผู้ปกครองประเทศมานาน 18 ปีถูกลอบสังหาร ซึ่งเบิกทางให้ ชุน ดู-ฮวาน เพื่อนของอดีตปธน.โร และเป็นผู้นำรัฐประหารขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป

ในช่วงที่ อดีตปธน.ชุน เป็นผู้ปกครองประเทศและควบคุมกองทัพไปด้วย มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองกวางจู ทางตอนใต้ของประเทศ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 200 คน และกลายมาเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่อันดำมืดของเกาหลีใต้ด้วย

ต่อมา ชุน ได้เลือกให้ โร เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดี ผ่านระบบเลือกตั้งแบบทางอ้อม ที่นำมาซึ่งการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1987 และทำให้ทั้งคู่ต้องยอมจำนนจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีทางตรง อันเป็นจุดเปลี่ยนที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็น การเริ่มต้นของการเปลี่ยนถ่ายสู่ระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้

ภายใต้วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นเวลา 5 ปี โร ได้เร่งสานความสัมพันธ์กับประเทศคอมมิวนิสต์ต่างๆ ภายใต้แผนงาน “การทูตมุ่งสู่เหนือ” ขณะที่ ลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคยุโรปตะวันออกกำลังล่มสลาย และอดีตสหภาพโซเวียตอยู่ในช่วงกำลังสิ้นสุดลง

ในสายตาคนในประเทศนั้น อดีตปธน.โร ถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ดูขาดบารมีและมีบุคลิกก้าวร้าว แต่ก็ยังยอมเปิดกว้างให้มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมากกว่าในยุคก่อนหน้า

และหลัง คิม ยัง-ซัม ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศคนถัดไปและสั่งให้มีการสอบสวนกรณีการก่อรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ. 1979 ศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษ โร ในข้อหาก่อกบฏ ขายชาติ และทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีคำสั่งลงโทษด้วยการจำคุก 22 ปี กับอีก 6 เดือน ขณะที่ อดีตปธน.ชุน นั้น ถูกสั่งลงโทษประหารชีวิต

ต่อมา ศาลสูงได้พิพากษาลดโทษ อดีตปธน.ชุน ให้เหลือเพียงการจำคุกตลอดชีวิต และ ลดระยะเวลาการจำคุก อดีตปธน.โร เหลือ 17 ปี

หลังทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 2 ปี ศาลอนุมัติให้มีการอภัยโทษและปล่อยตัวทั้งสองอดีตผู้นำ ตามคำร้องของอดีตประธานาธิบดี คิม แด-จุง ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่ และหวังจะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในประเทศ ขณะที่ กำลังเกิดวิกฤตการเงินเอเชียอยู่

และหลังจากได้รับการปล่อยตัว อดีตปธน.โร ใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ก่อนที่จะมีรายงานข่าวเมื่อไม่กี่ปีก่อนว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคหอบหืด โรคสมองฝ่อ และโรคอื่นๆ อีกมากมาย

โร แจ-เฮียน ผู้เป็นบุตรชาย ได้เฝ้าออกมาขอโทษแทนบิดาเกี่ยวกับกรณีการปราบปรามผู้ประท้วงในปี ค.ศ. 1980 และยังเดินทางไปที่สุสานเมืองกวางจู เพื่อสักการะดวงวิญญาณผู้ล่วงลับแทนบิดาด้วย

นอกจากนั้น อดีตปธน.โร ยังได้ทำตามคำสั่งของศาลที่ให้ส่งคืนเงินจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ ที่ได้มาโดยมิชอบแล้วด้วย

ทั้งนี้ อดีตปธน.โร ถึงแก่อสัญกรรม โดยเหลือภริยาและบุตรอยู่สองคน

(ที่มา: สำนักข่าว เอพี)
XS
SM
MD
LG