ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

โพลล์: อเมริกันชนเกือบครึ่งต้าน “การสอดเเนม” ประชาชนด้วยเหตุผลความมั่นคง


A large American flag is unfurled at the Pentagon ahead of ceremonies at the National 9/11 Pentagon Memorial to honor the 184 people killed in the 2001 terrorist attack on the Pentagon, in Washington, Friday Sept. 11, 2020. (AP Photo/J. Scott…
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:31 0:00


เหลืออีกเพียงสี่วันก็จะครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์ ก่อการร้าย 11 กันยายน ปี ค.ศ. 2001 ในสหรัฐฯ ซึ่งโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการด้านความมั่นคงขึ้นมาเพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อเวลาผ่านไปมาตรการเก็บข้อมูลประชาชนทั้งในและนอกประเทศที่เคยได้รับการสนับสนุนจากคนอเมริกัน กลับได้รับเเรงต่อต้านมากขึ้น ณ ขณะนี้

สำนักข่าวเอพี (Associated Press) รายงานโดยอ้างโพลล์ที่ทำร่วมกับองค์กร NORC Center for Public Affairs Research ว่า คนอเมริกันร้อยละ 46 ไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปอ่านอีเมลของบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ โดยไม่มีหมายค้น แม้ว่าจะทำไปเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามต่อสหรัฐฯก็ตาม

และมีเพียงร้อยละ 27 ของผู้ตอบเเบบสอบถามที่เห็นด้วย ตามข้อมูลในโพลล์ของ AP-NORC ที่สำรวจความคิดเห็นของคนช่วงวันที่ 12-16 สิงหาคม

อันที่จริงมาตรการดังกล่าวสามารถทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บข้อมูลข่าวกรองต่างประเทศ

เมื่อมองย้อนกลับไป 10 ปีที่เเล้วผู้ที่สนับสนุนการสอดเเนมลักษณะดังกล่าวมีมากกว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยคือ ร้อยละ 47 ต่อ 30

NSA worker
NSA worker

ตัวเลขที่เห็นถือว่าเป็นไปในทางตรงข้ามกับปัจจุบัน แม้ว่าในตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญเริ่มเตือนถึงความเป็นไปได้ที่กลุ่มติดอาวุธในต่างแดนจะกลับมาสั่งสมกำลังอีกครั้งหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน

ผลโพลล์ครั้งนี้เเสดงให้เห็นถึงความคิดที่เปลี่ยนไป ที่คนอเมริกัน ซึ่งเคยยอมรับการเก็บข้อมูลการติดต่อสื่อสารของคนเพื่อปกป้องประเทศชาติ ขณะนี้กลับกังวลต่อรูปแบบและเครื่องมือการสอดเเนมที่มีมากมายในปัจจุบัน ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นฐานเสียงของเดโมเเครตหรือรีพับลิกันก็ตาม

ปัจจุบันยังได้เกิดอุปกรณ์เก็บข้อมูลการใช้ชีวิตของคนใหม่ๆ ตั้งเเต่กล้องเก็บภาพทางจราจร สมาร์ททีวี เเละเครื่องมืออื่นๆ ที่ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องพวกเขาทุกหนเเห่ง

โพลล์ของ AP-NORC ครั้งนี้ระบุว่าสองในสามของคนอเมริกันไม่เห็นด้วยกับความเป็นไปได้ที่ทางการสามารถแอบฟังบทสนทนาหรืออ่านเท็กซ์ ทางโทรศัพท์ และอีเมลที่เกิดขึ้นในประเทศ

สำหรับเรื่องการสอดเเนมของรัฐต่อพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตของประชาชนซึ่งรวมถึงชาวอเมริกัน โดยไม่มีหมายศาล เมื่อ 10 ปีก่อนมีผู้เห็นด้วยประมาณครึ่งหนึ่ง เทียบกับปัจจุบันที่ลดลงมาเหลือร้อยละ 25 ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยในปัจจุบันอยู่ที่ราวร้อยละ 50

สำนักข่าวเอพียังได้เสนอผลสำรวจความเห็นเรื่องการทำสงครามอิรักและอัฟกานิสถานด้วย

ผลโพล์ชี้ว่าประมาณร้อยละ 60 ของอเมริกันชน คิดว่าทั้งสองสนามรบไม่คุ้มที่อเมริกาทุ่มเททำสงคราม ทั้งนี้หากว่าผู้ตอบเเบบสอบถามเป็นฐานเสียงรีพับลิกันพวกเขามีความเป็นไปได้มากกว่าฐานเสียงเดโมเเครต ที่จะเห็นว่าคุ้มค่าในการทำสงคราม

FILE - In this Jan. 6, 2021 file photo, supporters of Donald Trump, including Jacob Chansley, right with fur hat, are confronted by U.S. Capitol Police officers outside the Senate Chamber inside the Capitol in Washington.
FILE - In this Jan. 6, 2021 file photo, supporters of Donald Trump, including Jacob Chansley, right with fur hat, are confronted by U.S. Capitol Police officers outside the Senate Chamber inside the Capitol in Washington.

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งจากโพลล์คือ ในปัจจุบันภัยคุกคามจากกลุ่มความคิดสุดโต่งภายในประเทศสร้างความกังวลแก่คนอเมริกัน มากกว่าขบวนการในต่างประเทศ

จำนวนผู้ตอบเเบบสอบถามที่ระบุว่า “กังวลอย่างยิ่ง” และ “กังวล” ต่อขบวนการสุดโต่งภายในประเทศคิดเป็นราวๆสองในสามของกลุ่มตัวอย่างที่ AP-NORC ทำการสำรวจความเห็น เทียบกับราวๆ ครึ่งหนึ่ง ที่ตอบว่า “กังวลอย่างยิ่ง” และ “กังวล” ต่อขบวนการสุดโต่งภายนอกประเทศ

ท้ายสุด ผู้อำนวยการหน่วยงานสืบสวนกลางสหรัฐฯหรือเอฟบีไอ คริสโตเฟอร์ เวรย์ เคยกล่าวว่า การก่อการร้ายจากกลุ่มภายในประเทศ อย่างที่เห็นจากการบุกยึดรัฐสภาสหรัฐฯเมื่อวันที่ 6 มกราคม กำลังขยายตัวในอเมริกา และจำนวนผู้กระทำผิดจากความคิดต่อต้านคนต่างเชื้อชาติสีผิวก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

(ที่มา: สำนักข่าวเอพี)

XS
SM
MD
LG