ลิ้งค์เชื่อมต่อ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 ไม่ช่วยเยียวยาบาดแผลและความขัดแย้งในช่วงสี่ปี


APTOPIX Election 2020 Maine Voting
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:38 0:00

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal และสำนักข่าว Reuters มีรายงานว่าภาพแผนที่แสดงผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่แสดงรัฐสีแดงเป็นของประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐสีฟ้าเป็นของโจ ไบเดน ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อสี่ปีที่แล้วนั้นดูจะเป็นการทำลายความหวังที่ว่าความแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐฯ จะลดน้อยลง โดยในสายตาของผู้ติดตามการเมืองสหรัฐฯ

ทั้งพื้นที่และฐานคะแนนเสียงที่สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์กับโจ ไบเดนในการเลือกตั้งปี 2020 นี้ไม่เปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้งเมื่อสี่ปีที่แล้วแต่อย่างใด คือรัฐในเขตตอนกลางของประเทศซึ่งเป็นรัฐการเกษตรรวมทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นเขตชนบทและเมืองเล็กๆ ยังคงเป็นแหล่งที่มาของความสนับสนุนต่อประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ ขณะที่เขตเมืองใหญ่กับรัฐที่มีความหลากหลายของประชากรซึ่งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรสองด้านของประเทศก็ยังคงเป็นป้อมปราการของโจ ไบเดนเหมือนเดิม

ในแง่ของความสนับสนุนจากคนอเมริกันนั้น โจ ไบเดน ได้เสียงจากผู้หญิงราว 55% แต่ได้จากผู้ชายเพียง 47% ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดึงคะแนนจากผู้ชายผิวกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้รับการศึกษาระดับสูงได้ถึง 64% ส่วนโจ ไบเดนได้คะแนนของผู้หญิงผิวขาวที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย 60% ทั้งนี้ตามการสำรวจของ AP VoteCast

และถึงแม้โจ ไบเดนจะได้เสียงสนับสนุนมากขึ้นจากกลุ่มผู้หญิงคนทำงานซึ่งอาศัยอยู่ในเขตชานเมืองใหญ่ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ทดแทนเสียงที่หายไปนี้ด้วยการดึงคะแนนจากกลุ่มคนทำงานที่เป็นผู้ชายผิวขาวได้เช่นกัน

นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ ยังมองด้วยว่าการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีของคนอเมริกันครั้งนี้แสดงว่าความเห็นขัดแย้งและความแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐฯ ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความเข้มข้นของความรู้สึก และเรื่องที่อาจกล่าวได้ก็คือคนอเมริกันได้ตัดสินใจระหว่างสุขภาพของร่างกายกับสุขภาพทางเศรษฐกิจ ระหว่างการต่อสู้กับปัญหาการแบ่งแยกผิวและการเลือกปฏิบัติกับการรักษาความสงบและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม รวมทั้งเรื่องที่ว่าการเปิดรับผู้อพยพนั้นจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งหรือเพิ่มปัญหาให้กับสังคมอเมริกัน

ในขณะเดียวกันคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 4 พฤศจิกายนที่ว่าตนได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งนี้แต่มีการทุจริตคดโกงและมีผู้พยายามขโมยผลการเลือกตั้งไปจากตนรวมทั้งขอให้หยุดการนับคะแนนในบางรัฐนั้น ทำให้มีบางกลุ่มเตรียมการประท้วง เช่นที่นครดีทรอยต์ในรัฐมิชิแกนเมื่อเช้าวันพุธมีการชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า Protect the Vote เรียกร้องให้มีการนับบัตรเลือกตั้งทุกใบและให้มีการส่งมอบอำนาจประธานาธิบดีอย่างสันติ

ส่วนกลุ่มพันธมิตรที่ใช้ชื่อว่า “Protect the Results” ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มย่อยต่างๆ กว่า 130 กลุ่มตั้งแต่กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งของสตรีไปจนถึงกลุ่มชาวพรรครีพับลิกันที่สนับสนุนเรื่องหลักกฏหมายก็ประกาศจัดการประท้วงราว 500 แห่งทั่วประเทศเช่นกัน โดยตัวแทนของกลุ่มนี้ให้เหตุผลว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพยายามขัดขวางการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ส่งทางไปรษณีย์ซึ่งดำเนินอยู่ในหลายรัฐขณะนี้ รวมทั้งได้กล่าวอ้างอย่างเป็นเท็จว่าตนได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งแล้วด้วย

จนถึงวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน มีรายงานว่าฝ่ายหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้นับคะแนนใหม่ในรัฐวิสคอนซินซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์มีคะแนนตามหลังโจ ไบเดนอยู่ราว 20,000 คะแนนและได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ยุติการนับคะแนนเลือกตั้งที่ส่งทางไปรษณีย์ในรัฐเพนซิลวาเนีย เช่นกัน

XS
SM
MD
LG