ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'ภาษีสีชมพู' กับความไม่เท่าเทียมทางการเงินของเพศหญิง?


Personal care products on a store shelf in the Washington area, Oct. 17, 2019.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:57 0:00

Pink tax หรือ ภาษีสีชมพู คือภาษีที่เก็บกับสินค้าและบริการเกี่ยวกับการดูแลความสวยความงามต่าง ๆ ที่มักมีลูกค้าเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เช่น ยาสระผม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รวมไปถึงการทำผม

รายงานของสำนักงานกิจการผู้บริโภคนครนิวยอร์ก หรือ NYC-DCA สำรวจสินค้าเกือบ 800 ชนิด และพบว่าสินค้าสำหรับสตรีถูกเก็บภาษีมากกว่าสินค้าประเภทเดียวกันสำหรับผู้ชาย ราว 7% โดยเฉลี่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าและบริการเกี่ยวกับความสวยความงามนั้น พบว่ามีถึง 56% ของสินค้าในกลุ่มนี้ที่ผู้หญิงต้องจ่ายในราคาสูงกว่าผู้ชาย

ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าของเด็กผู้หญิงมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าเสื้อผ้าเด็กผู้ชายราว 13% และของเล่นสำหรับเด็กผู้หญิงมีราคาสูงกว่าของเล่นเด็กผู้ชายราว 11% แม้จะเป็นของชนิดเดียวกันแต่คนละสีก็ตาม

คุณซูรินา คาน ซีอีโอของมูลนิธิ Women’s Foundation of California กล่าวว่า ไม่ว่าจะไปร้านไหนก็จะพบเห็นความแตกต่างนี้ แม้กระทั่งตัดผมเด็กผู้หญิงก็มียังแพงกว่าตัดผมเด็กผู้ชาย ซึ่งเธอคิดว่านี่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเลือกปฏิบัติทางเพศ

และยิ่งแก่ตัวลงก็พบว่าความแตกต่างด้านราคานี้ยิ่งมากขึ้น เช่น บริการดูแลสุขภาพของสตรีสูงอายุมีราคาแพงกว่าของผู้ชายสูงอายุราว 15% หรือแม้แต่ไม้เท้าของผู้หญิงก็แพงกว่าของผู้ชายราว 12%

ความแตกต่างนี้เมื่อคำนวณออกมาเป็นตัวเลข พบว่าในแต่ละปี ผู้หญิงต้องจ่ายภาษีที่เรียกว่า ภาษีสีชมพู หรือ ภาษีเพศ ในอัตราที่มากกว่าผู้ชายราว 1,351 ดอลลาร์

เพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ กำลังพิจารณาร่างกฎหมาย Pink Tax Repeal Act ซึ่งกำหนดให้สินค้าชนิดเดียวกันที่ทำการตลาดต่างกันสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ต้องขายในราคาที่เท่ากันเท่านั้น

XS
SM
MD
LG