ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

พร้อมวาร์ป! นักวิจัยคิดค้นการเดินทางเร็วเหนือแสง คาด 10 ปีอาจมีให้เห็น


Guests explore "Star Wars: Galaxy's Edge" near a Millennium Falcon starship at Disneyland Park in Anaheim, California, U.S., May 29, 2019.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:35 0:00
Direct link


การเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง เหมือนในหนังไซไฟ อาจไม่ไกลเหนือความคาดหมายแล้ว เมื่อการวิจัยชิ้นใหม่ โดยนักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ได้ค้นพบทฤษฎีการเดินทางด้วยความเร็วเหนือเสียง และคาดว่าอาจได้เห็นโฉมหน้าของการเดินทางรูปแบบใหม่นี้ในอีก 10 ปีข้างหน้า

การวิจัยที่นำโดยนักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน เอริค เลนท์ซ (Erik Lentz) จากมหาวิทยาลัย University of Goettingen พบว่า การเดินทางไปยังดวงดาวหรือดาวเคราะห์ที่ห่างไกลอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่จำเป็นต้องให้พาหนะสามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงเสียก่อน

แสงเดินทางด้วยความเร็ว 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที และนักฟิสิกส์ชื่อดังระดับโลก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า “เป็นไปไม่ได้” ที่เราจะเดินทางด้วยความเร็วกว่าแสงได้ เพราะขัดกับทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป

แต่ในการวิจัยล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Classical and Quantum Gravity อธิบายแผนการเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง ผ่านการสร้างคลื่นโซลิตอน (soliton) หรือ คลื่นเดี่ยวทรงสภาพ ในทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ เพื่อสร้างระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และไม่สูญเสียรูปร่าง ความเร็ว และพลังงานระหว่างการเดินทาง

นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน เอริค เลนท์ซ (Erik Lentz) เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า เทคโนโลยี "วาร์ปไดรฟ์" (warp drive) จะสามารถลดเวลาเดินทางข้ามจักรวางที่ห่างไกลได้

เขายกตัวอย่างดวงดาวที่ใกล้กับระบบสุริยะที่สุด คือ ดาว Proxima Centauri ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 4.25 ปีแสง หากใช้การเดินทางด้วยยานอวกาศทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 50,000-70,000 ปีกว่าจะไปถึง และหากใช้เทคโนโลยีจรวดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ จะใช้เวลาประมาณ 100 ปี แต่ด้วยเทคโนโลยีความเร็วเหนือแสงนี้ จะใช้เวลาประมาณ 4 ปี กับอีก 3 เดือนเพื่อไปถึงที่นั่นได้

เลนซ์ เชื่อมั่นว่า การเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง จะเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของเรา ซึ่งอาจเริ่มจากการพัฒนาระบบเดินทางอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ไม่สูงมาก รวมทั้งเร่งการพัฒนาการเดินทางผ่านการสร้างคลื่นโซลิตอน แม้จะเป็นขั้นตอนที่ยากแต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะ 2-3 ปีต่อจากนี้ และระบบการเดินทางด้วยระบบคลื่นเดี่ยวทรงสภาพเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า

XS
SM
MD
LG