ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทรัมป์อ้างการลดงบประมาณตำรวจเพื่อส่งกำลังรัฐบาลกลางคุมสถานการณ์หลายเมือง แต่นักอาชญวิทยาชี้สาเหตุแท้จริงของความรุนแรงซับซ้อนกว่านั้น


Chicago police crime scene tape marks the crime scene of a shooting of two men at the South Side of Chicago, Illinois, July 25, 2020.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:51 0:00

ปธน ทรัมป์กำลังพยายามใช้เรื่องการรักษาความสงบและความเป็นระเบียบในสังคมเป็นประเด็นหาเสียงเลือกตั้งและกล่าวโทษผู้ว่าการรัฐและผู้บริหารระดับท้องถิ่นของเมืองต่างๆ เกี่ยวกับความพยายามตัดลดงบประมาณของตำรวจลง รวมทั้งอ้างเรื่องอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นในเมืองใหญ่บางเมืองเป็นเหตุผลสำหรับการส่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษากฎหมายของรัฐบาลกลางเข้าไปรักษาความสงบในพื้นที่เหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอาชญวิทยาชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน มีเหตุผลที่มาซึ่งสลับซับซ้อนมากกว่าคำกล่าวอ้างของผู้นำสหรัฐ

ถึงแม้ในปีนี้เมืองใหญ่หลายแห่งของสหรัฐจะมีตัวเลขการฆาตกรรมและอาชญากรรมรุนแรงเพิ่มขึ้น คือโดยเฉลี่ยแล้วในอัตราตัวเลขสองหลัก ตัวอย่างเช่น นครชิคาโกเมืองใหญ่เป็นอันดับสามของสหรัฐในแง่ประชากรได้เห็นตัวเลขคดีฆาตกรรมเพิ่มขึ้น 51% ปีนี้ ขณะที่นครนิวยอร์กเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศมีการเพิ่มขึ้นของคดีฆ่าคนตาย 23% ส่วนนครลอสแองเจลิสเมืองใหญ่อันดับสองก็มีกรณีฆาตกรรมสูงขึ้น 14% เช่นกันนั้น แต่เมืองใหญ่อื่นๆ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนครใหญ่ 10 อันดับแรกของประเทศ อย่างเช่นนครดัลลัสของแท็กซัส และเมืองซานโฮเซของรัฐแคลิฟอร์เนียกลับมีคดีฆ่าคนตายลดลง 4% กับ 20% ตามลำดับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญวิทยากล่าวว่าถ้ามองโดยภาพรวมแล้วตัวเลขอาชญากรรมรุนแรงในเมืองใหญ่ของสหรัฐขณะนี้นับว่าต่ำกว่าของเมื่อราว 30 ปีที่แล้ว และเหตุผลที่มาของเหตุการณ์รุนแรงหรือความไม่สงบในบางพื้นที่ในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เป็นเหตุผลข้ออ้างเพื่อส่งกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางเข้าไปรักษาความสงบ และว่ามีปัจจัยเฉพาะตัวหลายด้านซึ่งเป็นเหตุผลของการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์รุนแรงในบางเมืองในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าถึงแม้การหาเหตุผลเพื่ออธิบายการเกิดอาชญากรรมและความรุนแรงอย่างเฉพาะเจาะจงจะเป็นเรื่องยากก็ตาม แต่ก็มีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่างที่พอจะช่วยให้เห็นภาพได้ นับตั้งแต่อากาศที่อุ่นขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ทำให้ผู้คนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้นซึ่งก็เปิดโอกาสให้มีอัตราอาชญากรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งการที่บุคคลหมดศรัทธากับสถาบันและเจ้าหน้าที่รักษากฎหมาย เป็นต้น

อาจารย์คริสโตเฟอร์ เฮอร์มาน ผู้สอนวิชากระบวนการยุติธรรมอาญาซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจนครนิวยอร์กชี้ว่า ส่วนใหญ่ของคดีฆาตกรรมและการใช้อาวุธปืนซึ่งเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ของสหรัฐตอนนี้มีเหตุผลมาจากเรื่องการค้ายาเสพติดและกิจกรรมของแก๊งค์อันธพาล

นอกจากนั้นเหตุการณ์รุนแรงส่วนใหญ่ก็มักจะจำกัดอยู่เฉพาะในบางเขตของเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ยากจนที่มีตัวเลขอาชญากรรมสูงอยู่แล้วด้วย อาจารย์คริสโตเฟอร์ เฮอร์มานตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการคั่งค้างของอาชญากรรมซึ่งก็หมายถึงว่าเหตุการณ์รุนแรงซึ่งมาจากปัจจัยต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน/พฤษภาคมอันเป็นช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดนั้นกลับมาก่อตัวอีกครั้งเมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการล็อกดาวน์ก็เป็นเหตุผลที่น่าจะอธิบายได้ด้วย

ยิ่งกว่านั้นการสูญเสียความเชื่อมั่นในหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากการประท้วงการใช้กำลังรุนแรงของตำรวจและการแบ่งแยกสีผิวในหลายเมืองก็อาจมีส่วนทำให้บุคคลตัดสินใจจัดการกับปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ด้วยตัวเองแทนที่จะพึ่งพาเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง และนั่นก็น่าจะช่วยอธิบายถึงที่มาของตัวเลขความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายเมืองของอเมริกาขณะนี้ได้เช่นกัน

XS
SM
MD
LG