ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนอย่าวางใจ ‘โอมิครอน’ แม้อาจไม่ก่ออาการรุนแรง


Registered nurse Rachel Chamberlin steps out of an isolation room where where Fred Rutherford recovers from COVID-19 at Dartmouth-Hitchcock Medical Center, in Lebanon, NH, Jan. 3, 2022.

ผลการศึกษาจากห้องปฏิบัติการชิ้นใหม่ระบุว่า เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนอาจไม่ทำให้ปอดเสียหายมากเท่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา

ด้วยเหตุนี้ ประกอบกับการฉีดวัคซีน อาจอธิบายได้ว่าเหตุใดผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนจึงไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตมากเท่าผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้คร่าชีวิตผู้คนเฉลี่ยวันละ 1,200 คนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับการระบาดระลอกที่สองเมื่อเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ค.ศ. 2020

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนด้วยว่า การที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว หมายความว่าเชื้อไวรัสตัวนี้สร้างความเสียหายได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพและยังไม่ฉีดวัคซีน

ผลการศึกษาชุดใหม่ในสัตว์ทดลองและจานเพาะเชื้อ พบว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนไม่ทำให้เนื้อเยื่อปอดติดเชื้อมากเท่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ก่อน ๆ และไม่สร้างความเสียหายหรือการอักเสบมากเท่าไวรัสตัวก่อนหน้านี้เช่นกัน

โจ โกรฟ อาจารย์อาวุโสของศูนย์วิจัยไวรัส มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ระบุว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนแพร่เชื้อไปยังเนื้อเยื่อในจมูกและลำคอได้ง่าย การที่เชื้อไวรัสนี้แพร่เชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ จึงอาจอธิบายได้ถึงสาเหตุที่เชื้อไวรัสตัวนี้ระบาดได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ดร. ไมค์ ไดมอนด์ ศาสตราจารย์ด้านโรคระบาด วิทยาลัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ระบุว่า แม้ผลการศึกษานี้จะน่าเชื่อถือ แต่ผลทดลองในสัตว์ทดลองอาจไม่เกิดขึ้นในกรณีของมนุษย์เสมอไป

FILE - Sandile Cele, a researcher at the Africa Health Research Institute in Durban, South Africa, works on the omicron variant of the COVID-19 virus, Dec. 15, 2021.
FILE - Sandile Cele, a researcher at the Africa Health Research Institute in Durban, South Africa, works on the omicron variant of the COVID-19 virus, Dec. 15, 2021.

แพทย์ในแอฟริกาใต้และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในอังกฤษต่างระบุว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อาการที่ไม่รุนแรงนี้เป็นเพราะตัวไวรัสหรือเป็นเพราะสภาพร่างกายของผู้ป่วย เนื่องจากผู้คนในแอฟริกาใต้จำนวนมากติดเชื้อไวรัสในช่วงการระบาดระลอกแรก ทำให้มีภูมิต้านทานโดยธรรมชาติ ในขณะที่อังกฤษมีอัตราการฉีดวัคซีนสูง

ผลการศึกษาเบื้องตนในรัฐออนแทรีโอ แคนาดา ระบุว่า ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนและติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน มีโอกาสเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ถึง 60 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้ความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงจะต่ำกว่า แต่โอกาสติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ก็มีมากกว่า ซึ่งการที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้นส่งผลเสียมากกว่าเมื่อเทียบกับอาการของโรคที่เบากว่า ด้วยเหตุนี้เอง โรงพยาบาลในสหรัฐฯ จึงเต็มไปด้วยผู้ป่วยอีกครั้ง โดยในการระบาดระลอกนี้ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วนมากยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ยกตัวอย่างเช่น มหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูง ผู้ป่วยที่ไม่ฉีดวัคซีนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าผู้ป่วยที่ฉีดวัคซีนถึง 30 เท่า โดยผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วนมากมีอายุมากกว่า 65 ปี

วินีท เมนาเชอรี นักไวรัสวิทยาจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเท็กซัส ระบุว่า แม้อาการจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนจะเบากว่าในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว แต่ก็อาจสร้างความเสียหายต่อผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนได้มากพอกับการระบาดครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020

XS
SM
MD
LG