ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

คำในข่าว – ถึงไม่มงแต่ไม่งงศัพท์กับคำถามบนเวทีนางงามจักรวาลปี 2019


Zozibini Tunzi dari Afrika Selatan melambaikan tangan setelah dinobatkan menjadi Miss Universe 2019 di Tyler Perry Studios, Atlanta, Georgia, 8 Desember 2019. (Foto: AFP)
please wait

No media source currently available

0:00 0:05:24 0:00

คำในข่าวสัปดาห์นี้ ขอเกาะควันหลงเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2019 ที่จัดขึ้นในนครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ของสหรัฐอเมริกา ที่สาวงามจากแอฟริกาใต้ โซซิบินี่ ทูนซี่ คว้ามงกุฎ Miss Universe 2019 ไปครองได้สำเร็จ ขณะที่หลายคนร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันสุดพลัง ให้สาวงามจากประเทศไทย ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิน ที่แสดงศักยภาพอย่างสุดความสามารถไปจนถึงรอบ 5 คนสุดท้ายในปีนี้

ที่สร้างความตื่นตะลึงได้มากกว่าความสวย คือ ทักษะการตอบคำถามที่บรรดากูรูนางงามหลายคนยอมรับว่าเป็นคำถามสุดหินของปีนี้เช่นกัน เราได้นำบางส่วนในช่วงตอบคำถามนี้มาฝากกันอีกครั้ง

สตีฟ ฮาร์วีย์ ผู้ดำเนินรายการขาประจำในเวทีมิสยูนิเวิร์ส ถามฟ้าใส-ปวีณสุดา ว่า

“Government surveillance is used to keep many nations and their people safe. But some believe this invades our right to privacy. What is more important to you, privacy or security?”

“การสอดแนมการสื่อสารของรัฐบาลเกิดขึ้นในหลายประเทศด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของประชาชน แต่มีบางคนที่เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการรุกล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเมือง ในมุมมองของคุณ คิดว่า ‘ความเป็นส่วนตัว’ กับ ‘ความปลอดภัย’ อะไรสำคัญกว่ากัน?”

ฟ้าใส-ปวีณสุดา ได้ตอบว่า

“I believe that every country has their own government policy to keep us safe, and I believe that it shouldn't cross a line of going into our privacy, because we have a right to privacy. But security is also very important, so I believe that in order to live in a better society, we should also have the government look into a line – a middle ground as to where they can come and live together with society.”

“ดิฉันเชื่อว่าทุกประเทศมีนโยบายของรัฐที่สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอยู่แล้ว และดิฉันเชื่อว่ามาตรการเหล่านั้นไม่ควรจะ “ล้ำเส้น” ความเป็นส่วนตัวของเรา เพราะทุกคนมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวทั้งสิ้น แต่ความปลอดภัยของประชาชนก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ดังนั้นดิฉันเชื่อว่าในการที่จะชีวิตในสังคมที่ดีขึ้น เราควรที่จะให้รัฐบาลพิจารณาถึงขอบเขตของนโยบายที่มีความสมดุลกันระหว่างความปลอดภัยและคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ซึ่งทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ในสังคมค่ะ”

คำในข่าว สัปดาห์นี้ ขอเจาะไปที่นางงามจากประเทศไทย กับคำว่า cross a line หรือจะใช้อีกอย่างว่า cross the line ซึ่งหมายถึง ล้ำเส้น

แตกยอดคำออกมาจะเห็นว่า cross ในรูปเดียวกันเป็นได้ทั้งคำนาม ที่หมายถึง ไม้กางเขน, กากบาท, สัตว์ข้ามสายพันธุ์, หมัดสวน, การยิงลูกหรือเตะลูกข้ามฝั่งของสนามแข่ง ถ้าเป็นกริยาจะหมายถึง กากบาท, ขีดฆ่า, ข้าม, ผสมพันธุ์สัตว์ข้ามสายพันธุ์ ถ้าเป็นคำคุณศัพท์จะหมายถึง ไขว้ หรือ ตรงข้าม

ต่อยอดไปที่วลีที่มีคำว่า cross กันบ้าง to cross arms หมายถึง กอดอก ตัวอย่างเช่น He crosses his arms.

to cross mind หมายถึง คิดถึง, นึกถึง ยกตัวอย่างเช่น That idea has never crossed my mind. ไอเดียนี้ฉันไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลย

to cross eyes หมายถึง ทำตาเหล่

to keep one’s fingers crossed หรือ to cross one’s fingers หมายถึง ลุ้น, ขอให้โชคดี ตัวอย่างเช่น I keep my fingers crossed for your admission exams. ฉันขอลุ้นให้เธอโชคดีในการสอบแอดมิดชั่นนะ

to cross paths หมายถึง ได้มาเจอกัน

to cross oneself หมายถึง ทำมือ, ทำท่าสัญลักษณ์ไม้กางเขน, มักมากับการภาวนาให้รอด หรือระหว่างการนึกถึงพระเจ้าของศาสนาคริสต์

to cross someone หมายถึง ขัดขวาง, เป็นศัตรูกับอีกคนหนึ่ง

ส่งท้ายด้วยคำคมจากสตีเฟ่น ฮอว์คิง ที่ว่า "I have noticed even people who claim everything is predestined, and that we can do nothing to change it, look before they cross the road."

ผมสังเกตว่า แม้ผู้ที่คิดว่าทุกสิ่งถูกกำหนดมาแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ ก็ยังมองถนน ก่อนเดินข้ามอยู่เลย

XS
SM
MD
LG