ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รัฐบาลทหารเมียนมาตั้งเป้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ 50% ของประชากรและรวมกลุ่มโรฮิงญาด้วย


FILE - An army parliament member receives the AstraZeneca Covishield coronavirus disease vaccine ahead of the new parliament opening in Naypyitaw, Myanmar, Jan. 30, 2021.

เมื่อวันศุกร์ พลตรีซอว์ มิน ทุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาประกาศว่ารัฐบาลมีแผนจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากรราว 50% ของประเทศภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานที่ว่านี้ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าวัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนชนิดใดหรือจากประเทศใด ตามตัวเลขของเว็บไซต์ “Our World in Data” นั้นขณะนี้มีเพียงราว 8.2% ของประชาชนเมียนมารวมทั้งสิ้น 54 ล้านคนเท่านั้นที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อยแล้วหนึ่งเข็ม และตัวเลขอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจนถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาคือมีผู้ติดเชื้อในประเทศสะสม 383,514 รายและเสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 14,850 ราย

ในการประกาศเป้าหมายการฉีดวัคซีนครั้งนี้ โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมากล่าวด้วยว่ากลุ่มชาวมุสลิมโรฮิงญาก็อยู่ในข่ายได้รับวัคซีนที่ว่านี้ด้วยถึงแม้จะไม่ได้ให้ตัวเลขเป้าหมายหรือสัดส่วนสำหรับชาวมุสลิมดังกล่าวก็ตาม ขณะนี้เชื่อว่ายังมีชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 600,000 คนอาศัยอยู่ในเมียนมาซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ทางตะวันตกของประเทศ และในจำนวนนี้กว่า 100,000 คนต้องอยู่ในพื้นที่แออัดของค่ายผู้พลัดถิ่น และก่อนหน้านี้มีชาวมุสลิมโรฮิงญากว่า 700,000 คนได้อพยพหลบหนีการกวาดล้างของกองกำลังความมั่นคงของเมียนมาเมื่อปี 2017 ไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในบังคลาเทศ

รัฐบาลเมียนมาเรียกชาวมุสลิมโรฮิงญานี้ว่าชาวเบงกาลี (Bengalis) และไม่ยอมรับสถานะของชนกลุ่มน้อยดังกล่าว นอกจากนั้นกลุ่มชาติพันธ์อื่นๆ ในเมียนมาก็มองชาวมุสลิมโรฮิงญาในประเทศว่าเป็นผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจากบังคลาเทศ ประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมาทางด้านตะวันตก เช่นกัน

ที่มา: VOA

XS
SM
MD
LG