ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

องค์กรสื่อเผย 'เมียนมา' ตั้งเป้ากำจัดเสรีภาพสื่อ


Japanese journalist Yuki Kitazumi who was detained in Myanmar and charged with spreading false news during a crackdown on media after a military coup in Feb., speaks to media upon his arrival at Narita Airport in Narita, Japan, May 14, 2021. (Kyodo photo)

เมื่อวันพุธ องค์กรเฝ้าระวังเสรีภาพสื่อ Committee to Protect Journalists หรือ CPJ ระบุว่า มีผู้สื่อข่าวถูกจองจำในเมียนมาขณะนี้อย่างน้อย 32 คน ทำให้เมียนมากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่จองจำผู้สื่อข่าวมากที่สุดในโลกในช่วงเวลาเพียงหกเดือน

รายงานพิเศษของ CPJ ระบุว่า การที่สื่อตกเป็นเป้านับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทำให้สถานการณ์เสรีภาพในการแสดงออกในเมียนมา “เปลี่ยนทิศอย่างรุนแรง” หลังจากเมียนมาเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นนับตั้งแต่การปกครองระบอบทหารครั้งก่อนหน้านี้สิ้นสุดลง

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Assistance Association for Political Prisoners ระบุว่า นับตั้งแต่มีการรัฐประหารและการควบคุมตัวนางออง ซาน ซู จี ผู้นำพลเรือนของเมียนมา ชาวเมียนมากว่า 900 คนถูกสังหาร และอีก 5,400 คนถูกจับกุม ตั้งข้อหา หรือจองจำ ซึ่งรวมถึงผู้สื่อข่าวหลายสิบคน

FILE - Police arrest a Myanmar Now journalist in Yangon, February 27, 2021, as protesters were taking part in a demonstration against the military coup.
FILE - Police arrest a Myanmar Now journalist in Yangon, February 27, 2021, as protesters were taking part in a demonstration against the military coup.

ทางการเมียนมายังตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นระยะ ถอนใบอนุญาตประกอบการสื่อ และออกหมายเรียกผู้สื่อข่าว โดย CPJ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้ผู้สื่อข่าวต้องทำงานแบบลับ ๆ หรือลี้ภัยไปยังต่างประเทศ

ชอวน์ คริสปิน ตัวแทนอาวุโสภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ CPJ ระบุว่า นับจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวอย่างน้อย 32 คนถูกจองจำเนื่องจากข้อหาที่เกี่ยวกับข่าวเท็จ หรือแม้จะไม่ถูกตั้งข้อหาใด ๆ เลยก็ตาม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เขาระบุว่า “ย่ำแย่กว่าในจีนและตุรกี”

ผลสำรวจประจำปีของ CPJ ระบุว่า จีนและตุรกีมักจะมีจำนวนผู้สื่อข่าวที่ถูกจองจำมากที่สุด อย่างไรก็ตาม คริสปินระบุว่า ขณะนี้เมียนมามีจำนวนผู้สื่อข่าวที่ถูกคุมขังมากพอ ๆ กัน ทั้งที่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีผู้สื่อข่าวถูกจองจำในเมียนมาเพียงหนึ่งคนเท่านั้น

CPJ บันทึกว่า มีผู้สื่อข่าวถูกจองจำในเมียนมามากที่สุดในเดือนมิถุนายน โดยขณะนั้นมีผู้สื่อข่าวถูกจองจำอย่างน้อย 45 คน ก่อนที่บางส่วนจะถูกปล่อยตัวออกมา แต่มีรายงานว่า ผู้ที่ยังถูกจองจำต้องเผชิญกับการถูกทรมานและสภาพเบียดเสียดในเรือนจำ

CPJ ยังระบุด้วยว่า จำนวนผู้สื่อข่าวที่ถูกจองจำที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากสำนักข่าวหลายแห่งไม่เต็มใจระบุตัวผู้สื่อข่าวของตนเอง เนื่องจากเกรงว่าจะถูกจับตามอง

วิกฤติด้านมนุษยธรรมสำหรับผู้สื่อข่าว

คริสปินเห็นว่า รัฐบาลทหารเมียนมาต้องการกำจัดเสรีภาพสื่อ และสถานการณ์ปัจจุบันเป็น “วิกฤติด้านมนุษยธรรมสำหรับผู้สื่อข่าว”

สื่อท้องถิ่นเมียนมาต้องทนกับการถูกกดดันจากรัฐ ในขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศเผชิญกับข้อจำกัด โดยมีผู้สื่อข่าวต่างชาติในเมียนมาอย่างน้อยสี่คนถูกจองจำ โดยต่อมา เมียนมาปล่อยผู้สื่อข่าวสามคน ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน โปแลนด์ และญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม แดนนี เฟนสเตอร์ บรรณาธิการบริหารชาวอเมริกันของสื่อท้องถิ่นภาษาอังกฤษ Frontier Myanmar ถูกจองจำที่คุกอินเส่งมากว่า 65 วันแล้ว

Frontier Myanmar managing editor Danny Fenster is seen in an undated photo from the about.me site.
Frontier Myanmar managing editor Danny Fenster is seen in an undated photo from the about.me site.

เฟนสเตอร์กล่าวกับทนายของเขาว่า เขาติดเชื้อโคโรนาไวรัสแต่ไม่ได้รับการรักษาทางการแพทย์ การพิจารณาคดีในวันพุธถูกเลื่อนออกไป และครอบครัวของเขาติดต่อเขาหรือรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพของเขาได้อย่างจำกัด

เฟนสเตอร์ทำงานในเมียนมามาแล้วสองปี เขาถูกจับกุมที่สนามบินในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ขณะกำลังเตรียมเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัว

เมื่อวันอังคาร ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า การที่กองทัพเมียนมาไม่เคารพสิทธิ เป็นเรื่องที่ “รับไม่ได้” และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง


สถิติอันน่าตกใจ

ทั้งนี้ เสรีภาพสื่อในยุครัฐบาลเลือกตั้งของนางซู จี ก็มีข้อบกพร่อง ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์สองคนที่รายงานถึงความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮินจา ถุกจำคุกกว่า 500 วัน

อย่างไรก็ตาม คริสปินระบุว่า รัฐบาลทหารเมียนมาชุดปัจจุบันใช้กฎหมายเกี่ยวกับข่าวเท็จพุ่งเป้าไปที่ผู้สื่อข่าวมากขึ้น โดยตั้งเป้า “ปิดข่าว” เกี่ยวกับการสลายการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่รุนแรง

เขาระบุว่า สื่อหลายสำนักที่เคยรายงานข่าวได้อย่างอิสระในยุครัฐบาลนางซู จี ขณะนี้ต้องปิดสำนักงานและทำงานแบบลับ ๆ โดยสื่อจำนวนมากรายงานจากที่หลบภัย หรือรายงานขณะที่หลบหนีการจับกุมอยู่

นายนาธาน หม่อง ผู้สื่อข่าวอเมริกันที่เคยถูกจองจำในเมียนมา บอกกับวีโอเอว่า ทีมงานของที่สำนักข่าว Kamayut Media รับรู้ดีว่า ภัยอันตรายอาจมาเยือนพวกเขาได้ทุกเมื่อ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ทหารติดอาวุธราว 40 นายบุกเข้าสำนักข่าวและจับกุมนายหม่องและเพื่อนร่วมงานของเขา โดยผู้สื่อข่าวอเมริกันผู้นี้ระบุว่า เขาถูกสอบสวนในช่วงสี่วันแรก และไม่ให้น้ำเขาเป็นเวลาสามวัน เขาถูกใส่กุญแจมือและปิดตา โดยในช่วงวันแรก ๆ ที่เขาถูกทรมาน เขาคิดว่าเขาอาจถูกสังหารเมื่อไหร่ก็ได้

Nathan Maung was arrested from his offices at Kamayut Media in March, weeks after Myanmar's military seized power in a coup. (Photo courtesy of Nathan Maung)
Nathan Maung was arrested from his offices at Kamayut Media in March, weeks after Myanmar's military seized power in a coup. (Photo courtesy of Nathan Maung)

CPJ ระบุว่า ฮานธาร์ นีเยียน เพื่อนร่วมงานของนายหม่อง ถูกบังคับให้คุกเข่าบนแท่งน้ำแข็ง ถูกบุหรี่จี้ และถูกขู่ว่าจะถูกข่มขืน เพื่อบังคับให้เขาบอกรหัสผ่านสมาร์ทโฟนของเขา

เจ้าหน้าที่เรือนจำทราบในเวลาต่อมาว่า นอยหม่องเป็นชาวอเมริกัน เขาถูกปล่อยตัวหลังถูกคุมขัง 98 วัน ในขณะที่นายนีเยียน ยังถูกจองจำอยู่

สภากองทัพเมียนมาไม่ตอบคำถามของวีโอเอถึงการดูแลผู้ต้องขัง แต่โฆษกกล่าวว่า การสอบสวนผู้ต้องสงสัย “เป็นไปตามกฎระเบียบ”

ผู้สื่อข่าวพลเมืองเสี่ยงที่จะถูกจับกุมหรือถูกยิงระหว่างการรายงานข่าวในพื้นที่ ผู้สื่อข่าวจำนวนมากหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย อินเดีย ผู้สื่อข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อและที่อยู่รายหนึ่ง ระบุว่า ถึงแม้เขาจะลี้ภัยออกนอกเมียนมา แต่ก็ไม่ต้องการอยู่นอกประเทศตลอดไป พวกเขาเข้าประเทศอื่นอย่างผิดกฎหมายและอาจถูกจับและส่งตัวกลับเมียนมาได้ พวกเขาจึงต้องพยายามอยู่อย่างเงียบเชียบ

คริสปินเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านเมียนมามอบสถานที่หลบภัยให้นักข่าวเหล่านี้ เพื่อให้พวกเขารายงานข่าวได้อย่างปลอดภัยขึ้น

XS
SM
MD
LG