ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิชาการชี้ "ความกลัวผู้อพยพในอเมริกา" เป็นเรื่องวิตกเกินกว่าเหตุ!?


Kay Aull, from left, holds a sign and chants with Beth Kohn, Paul Paz y Mino and Karen Shore outside of the 9th U.S. Circuit Court of Appeals in San Francisco, Feb. 7, 2017.

ผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงหรือการก่อการร้ายในช่วง 16 ปีหลังนี้ ต่ำกว่าการเสียชีวิตจากฆาตกรรมในสหรัฐฯ มาก

นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการห้ามผู้ลี้ภัยและชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ มาจากการกล่าวอ้างซึ่งยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ยืนยันว่าคนเหล่านี้จะก่อการร้ายในสหรัฐฯ จริง

นักวิชาการชี้ว่าความกลัวผู้อพยพที่จะเข้าไปก่อเหตุร้ายนั้น เป็นเรื่องวิตกเกินกว่าเหตุ และว่าการโจมตีแบบก่อการร้ายในช่วงหลังนี้มาจากชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่เกิดในสหรัฐฯ เสียเป็นส่วนใหญ่

โดยคนเหล่านี้แทบไม่มีความเกี่ยวพันกับต่างประเทศเลย

Graphic with flags of countries subject to US travel ban
Graphic with flags of countries subject to US travel ban

และอาจารย์ Charles Kurzman ผู้สอนวิชาสังคมวิทยาที่ University of North Carolina กล่าวว่า มาตรการคัดกรองผู้อพยพเข้าประเทศของสหรัฐฯ เข้มงวดและรัดกุมขึ้นมากหลังเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว

อาจารย์ Charles Kurzman ให้ตัวเลขด้วยว่า ในช่วง 16 ปีหลังนี้ มีชาวอเมริกันมุสลิม 414 คนที่เกี่ยวข้องกับแผนก่อความรุนแรงในประเทศ

โดย 217 คนเป็นพลเมืองที่เกิดในสหรัฐฯ 60 คนได้รับการแปลงสัญชาติ 39 คนถือกรีนการ์ด 38 คนเป็นผู้ลี้ภัย และ 15 คนเป็นผู้เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

เหตุการณ์รุนแรงเหล่านี้ทำให้มีคนอเมริกันเสียชีวิตไป 123 คน

อย่างไรก็ตาม จำนวนดังกล่าวยังนับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับผู้ที่เสียชีวิตจากฆาตกรรมและเหตุรุนแรงต่างๆ ในสหรัฐฯ ซึ่งมีมากถึง 240,000 คนในช่วงเดียวกันคือ 16 ปีหลังนี้

ส่วนนาย Alex Nowrasteh นักวิเคราะห์ด้านนโยบายคนเข้าเมืองของ Cato Institute ให้ตัวเลขว่า โอกาสการเสียชีวิตจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในสหรัฐฯ นั้นต่ำมาก คือมีเพียง 1 ใน 36 ล้านต่อปี จากผู้ก่อการร้ายที่เกิดในต่างประเทศ

และ 1 ใน 3,640 ล้านต่อปีจากผู้อพยพเข้าเมืองในสหรัฐฯ

XS
SM
MD
LG